TsisWorld

Day: February 13, 2022

  • 6 เรื่องที่อยากให้รู้ ก่อนจะเรียนปริญญาโท!

    6 เรื่องที่อยากให้รู้ ก่อนจะเรียนปริญญาโท!

    6 things i should know before studying master degree
    เชื่อว่าตอนนี้หลายๆ คนอาจเกิดอาการเบื่องาน เบื่อเพื่อนร่วมงาน เบื่อการเมืองที่วุ่นวายไม่จบไม่สิ้น หรือบางคนทำงานมาสักระยะ อยากเข้าใจงานให้มากกว่าเดิม หลายคนคงให้ ‘การเรียนต่อปริญญาโท’ เป็นทางออกของปัญหาที่ว่า แต่ต้องรู้ไว้ก่อนว่าไม่มีการเรียนปริญญาโทใดที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ หรือปราศจากน้ำตา

    วันนี้ Hotcourses Thailand จะพาไปดูว่ามีเรื่องไหนกันบ้างที่นักศึกษาปริญญาโทหวังว่าจะรู้การจะเรียนป. โท ฝากให้เป็นแนวคิวให้คนที่คิดจะเรียนต่อ 

    6 things i should know before graduate school

    ไม่ต้องรีบเรียน
    อย่างที่เกริ่นไปตอนต้น หลายคนพอเรียนจบปริญญาตรีแล้วก็รู้สึกว่าต้องเผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็นจริง งาน เงิน ชีวิต ฯลฯ อย่างน้อยถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเรียนอะไรก็ควรออกไปลองหาอะไรทำก่อน ให้รู้ว่าชอบอะไร หรืออย่างน้อยที่สุดให้รู้ว่าไม่ชอบทำอะไร ที่ควรจะแน่ใจก็เพราะว่าการเรียนปริญญาโทไม่ใช่เรื่องที่คิดจะทำก็ทำได้ เพราะทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายเสมอ ไหนจะค่าสอบ ค่าสมัครเรียน ค่าชีท ถ้าเรียนไปแล้วไม่ชอบก็จะหลายเป็นต้องออก เสียดายทั้งทุนและเวลา

    ดังนั้นจงใช้เวลาค้นหาว่าตัวเองอยากทำอะไรกันแน่ ถ้าแน่ใจแล้วก็มุ่งหน้าสู่เป้าหมายเลย 

    หลักสูตรเวลาเรียนมี 2 แบบ เลือกเวลาเรียนให้ดี

    ส่วนใหญ่การเรียนปริญญาโทมี 2 แบบ คือเรียนแบบเต็มเวลา (Full time) และเรียนแบบนอกเวลา (Part time) เพราะประสบการณ์ที่ได้จะแตกต่างกันเลย ถ้าเรียนแบบนอกเวลาก็อาจจะไม่ได้ชิทแชทกับเพื่อนในชั้นมากนักเพราะต้องเอาเวลาไปโฟกัสกับเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่นเรื่องงาน และการเรียนแบบนอกเวลาก็ต้องใช้ความอดทนและทักษะการจัดการที่สูงมาก ในขณะที่การเรียนแบบเต็มเวลาก็จะได้ประสบการณ์การเรียนแบบเต็มรูปแบบเลย หากจะไปเรียนในต่างประเทศ (เช่นอังกฤษ) นักเรียนต่างชาติ (เช่น นักเรียนไทย) ต้องเรียนแบบเต็มเวลาเท่านั้นถึงจะขอวีซ่าได้  

    ​6 things i should know before graduate school

    เทอมแรกยากที่สุด สติต้องมา

    ทุกอย่างต้องมีจุดเริ่มต้นเสมอ จุดเริ่มต้นของการเรียนป.โท ก็คงเป็นเทอม 1 นี่แหละ ทุกอย่างที่จะปะทะเข้ามาจะหนักกว่าการเรียนป. ตรีหลายเท่า ไหนจะเมืองใหม่ มหาวิทยาลัยใหม่ สาขาใหม่ คนหน้าใหม่ๆ ชื่อใหม่ๆ นักเรียนปริญญาโทต้องเตรียมพร้อมและปรับตัวให้ได้กับสิ่งเหล่านี้ แต่ขอให้รู้ไว้ว่านี่คือเรื่องปกติมาก ขอให้ตั้งสติ อดทนและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

    ความท้าทายรอบด้าน (ก็เข้ามาดิ!)

    กิจวัตรของนักเรียนป. โท นั้นง่ายมาก อ่านเปเปอร์ทั้งวัน ในปริมาณมหาศาล และเขียนเปเปอร์ตลอดเวลาเช่นกัน นี่คือกิจวัตรที่ท้าทายมากเพราะเนื้อหาที่อัดแน่น เข้มข้น ทำให้การอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะการเรียนป.โท นั้นเน้นการอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากกว่าจะมาฟังเลคเชอร์แบบป. ตรี ดังนั้นอาจารย์จะคาดหวังให้นักเรียนแต่ละคนมีความพร้อมก่อนเข้าชั้นอยู่แล้ว และถ้าใครเตรียมตัวมาไม่ดี ความรู้สึกกดดันก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 

    เพื่อนป.โทอาจกลายเป็นเพื่อนชั่วชีวิต

    พอพูดถึงการทำงาน ทำเปเปอร์ เรามักจะนั่งอ่านคนเดียว ทำความเข้าใจคนเดียว จนสุดท้ายก็นั่งเครียดคนเดียว แต่นักเรียนป. โทหลายคนเลือกใช้วิธีมานั่งติวกันนอกห้องแทน เพื่อย่นเวลาในการทำความเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด (ซึ่งเยอะมาก!) การคุยกับเพื่อนจึงเป็นการต่อยอดการเรียนเช่นกัน เพื่อนอาจทำให้เข้าใจในสิ่งที่พลาดไป นี่เป็นการลดปริมาณเปเปอร์ที่ต้องอ่าน ลดความเครียด (เพราะมีคนให้แชร์ด้วย) ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ปริญญาโทมีราคาที่ต้องแลก

    ไม่มีใครบอกว่าการเรียนปริญญาโทง่าย นักเรียนป. โทหลายคนต้องเผชิญกับความเครียด ความกดดัน และอาการซึมเศร้าจากการเรียน สูญเสียช่วงเวลาที่จะได้ใช้กับเพื่อน ครอบครัวเพราะต้องมาอ่านหนังสือ นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้หลายๆ คนยอมแพ้ได้ง่ายมาก (และมันเป็นเรื่องปกติเช่นกัน) แต่นักเรียนหลายคนผ่านมาได้เพราะรู้ว่าตัวเองแลกสิ่งนี้กับอะไร การเรียนต่อปริญญาโทนั้นเป็นการเปิดโอกาสด้านอาชีพการงานได้แน่นอน ที่สำคัญคือทำให้รู้ว่าแต่ละคนสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่ตัวเองคิดมาก ดังนั้นอย่าลืมที่จะพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางคนเก่งๆ คนที่เชื่อมั่นในตัวเรา นำพลังนั้นมาเป็นพลังให้กับตัวเอง

    “จงมั่นใจในสิ่งที่เราชอบ” เคล็ดลับพิชิตทุนโทปรัญชาในจีน จากนักเรียนกายภาพบำบัด

    รวมพลคนเรียนข้ามสายวิชา สืบประสบการณ์เรียนต่อโทสายวิทย์ จากคนจบตรีสายศิลป์!

    8 หลักสูตรปริญญาโทที่ไม่ต้องจบตรีด้านนี้มาก่อนก็เรียนได้

  • อธิการฯ มทร.ธัญบุรี” ลั่นคุมเข้มสกัดลอก-จ้างทำวิทยานิพนธ์ เจอโทษหนักทุจริต-ผิดกฎหมาย

    อธิการฯ มทร.ธัญบุรี” ลั่นคุมเข้มสกัดลอก-จ้างทำวิทยานิพนธ์ เจอโทษหนักทุจริต-ผิดกฎหมาย

    รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ ว่า เป็นเรื่องที่ต้องกวดขันอย่างจริงจังเพราะเรื่องนี้สะท้อนถึงคุณภาพของบัณฑิต โดยเฉพาะบัณฑิตปริญญาโทและปริญญาเอก ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้กำหนดคุณภาพวิทยานิพนธ์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร ซึ่งผู้เรียนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกไม่ได้เรียนด้านวิชาการมากนัก เนื้อหาสำคัญจริงๆ จะอยู่ที่วิทยานิพนธ์ หรืองานวิจัยเฉพาะทาง เพราะฉะนั้น ถ้าวิทยานิพนธ์หรืองานวิจัยเป็นการจ้างทำหรือคัดลอก แสดงว่าการเรียนใน 2 ระดับนี้เกิดความล้มเหลว อาจารย์จึงควรเข้มงวดต่อการคัดลอกหรือการจ้างทำวิทยานิพนธ์ ในปัจจุบันหลายมหาวิทยาลัยมีซอฟแวร์ตรวจการคัดลอก ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาปัญหาดังกล่าวได้ ส่วนการจ้างทำวิทยานิพนธ์นั้น อาจารย์ประจำหลักสูตรหรืออาจารย์ที่ปรึกษา จะต้องสอดส่องดูแลไม่ปล่อยให้นักศึกษากระทำในสิ่งนี้ และไม่เอื้อให้เกิดการกระทำการดังกล่าว ตนเชื่อว่าบางมหาวิทยาลัยมีการหาผู้ทำให้ ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทั้งนี้ หากอาจารย์ที่ปรึกษามีการพูดคุยให้ข้อแนะนำในการวิทยานิพนธ์นักศึกษาอย่างต่อเนื่อง ก็จะเห็นความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ และเห็นถึงทัศนคติของนักศึกษา

    อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวอีกว่า ในส่วนของ มทร.ธัญบุรีนั้น เมื่อปีที่ผ่านมาได้มีการออกหนังสือเวียนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น โดยทุกหลักสูตรต้องมีวิทยานิพนธ์ บางหลักสูตรมีการทำรายงานปริญญาโท ซึ่งก็ได้พยายามให้ยกเลิกเปลี่ยนมาทำเป็นวิทยานิพนธ์แทน นอกจากนี้ ยังได้มีการใช้ซอฟแวร์ตรวจสอบการคัดลอก หากพบเจอจะปรับทุจริตทันที ขณะเดียวกันได้ให้อาจารย์ที่ปรึกษาติดตามความคืบหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาเป็นระยะ เพื่อสังเกตความก้าวหน้าของผลงาน มีการพูดคุยพบปะแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งหากนักศึกษาสามารถโต้ตอบได้ ก็จะสื่อให้เห็นได้ว่า มีการทำวิทยานิพนธ์เอง แต่หากนักศึกษาไม่มาพบ แต่มีการส่งวิทยานิพนธ์เลย จะเป็นเรื่องที่ผิดสังเกต และอาจส่อไปในทางทุจริตได้

    อ่านต่อที่ https://edunewssiam.com/th/articles/201992-%C2%93%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AF%20%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A3.%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%C2%94%20%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81-%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%20%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2

  • ชีวิตอาจารย์มหาลัยไม่ง่าย-ก.พ.อ.ปราบรับจ้างทำวิทยานิพนธ์

    ชีวิตอาจารย์มหาลัยไม่ง่าย-ก.พ.อ.ปราบรับจ้างทำวิทยานิพนธ์

    จากกรณี ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศของคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ให้อาจารย์มหาวิทยาลัย ต้องมีภาระงาน ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 35 ชั่วโมง ทั้ง ภาระงานสอน ภาระงานวิจัยและงานวิชาการอื่น ช่างเป็นการสอดคล้องกับมติล่าสุดที่ประชุม อธิการบดีแห่งประเทศไทย มีมติไล่ออก นักศึกษาที่จ้างอาจารย์-คัดลอกทำธีซิส และสารนิพนธ์

    จากกรณี ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศของคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ให้อาจารย์มหาวิทยาลัย ต้องมีภาระงาน ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 35 ชั่วโมง ทั้ง ภาระงานสอน ภาระงานวิจัยและงานวิชาการอื่น ช่างเป็นการสอดคล้องกับมติล่าสุดที่ประชุม อธิการบดีแห่งประเทศไทย มีมติไล่ออก นักศึกษาที่จ้างอาจารย์-คัดลอกทำธีซิส และสารนิพนธ์
        
    จากการเผยแพร่บทความ ผ่านเว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา อ้าง กรณี ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) เรื่อง มาตรฐานภาระงานทางวิชาการของผู้ตําแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2558 พบว่าสาระสำคัญ คือ ให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ต้องมีภาระงาน ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 35 ชั่วโมง ทั้ง ภาระงานสอน ภาระงานวิจัยและงานวิชาการอื่น ภาระงานบริการวิชาการ ภาระงานทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม และภาระงานอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษา
     
    ผศ.ด��.วีระศักดิ์ เครือเทพ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงประกาศ ก.พ.อ. เกี่ยวกับมาตรฐานภาระงานทางวิชาการฯ ว่า มีข้อแตกต่างจากปี 2551 ใน2 ส่วน อย่างแรกคือระเบียบเก่าของปี 2551 จะใช้บังคับมหาวิทยาลัยเพียงบางแห่ง เช่น ราชภัฏ เทคโนโลยีราชมงคล ซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติเกินไป และส่วนที่ 2 คือ มีการกำหนดภาระงานที่ต้องทำว่าใน 1 ภาคการศึกษาให้มีภาระหน้าที่การสอนอย่างน้อย 2 รายวิชา ดังนั้นในความเป็นจริงคำว่าอย่างน้อย 2 รายวิชา อาจจะสอน 4 หรือ 3 รายวิชาก็ได้ นี่คือระเบียบเดิม 

    แต่เมื่อเปลี่ยนมาล่าสุดว่าจะต้องมีภาระงานอย่างน้อย 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ดูมีความเป็นธรรมและมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น โดยการกำหนดในลักษณะนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า มหาวิทยาลัยใดจะนำไปแบ่งและบริหารงานแบบไหน

    ผศ.ดร.วีระศักดิ์ กล่าวถึงคำว่าอย่างน้อย 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์นั้น เฉลี่ยแล้วคืออาจารย์ต้องทำงานวันละ 7 ชั่วโมง นี่ถือเป็นเรื่องปกติที่ควรจะต้องทำอยู่แล้ว ว่าจะสอนวันหนึ่งกี่ชั่วโมง และทำการศึกษาวิจัยค้นคว้ากี่ชั่วโมง นั่นคือเขาให้อิสระในการที่จะไปออกแบบ บริหาร

    ขณะที่รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ กล่าวถึงประกาศ ก.พ.อ.มาตรฐานภาระงานทางวิชาการฯ ฉบับนี้ ถือเป็นการกระตุ้นให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาราว 27,000 ที่ยังไม่มีระเบียบมากำกับ ให้มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่พนักงานมหาวิทยาลัยหรือพนักงานสัญญาจ้างมีกฎระเบียบบังคับใช้อยู่แล้ว

    และจากประกาศกำหนดมาตรฐานภาระงาน ยังทำให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัย มีภาระงานทางวิชาการ ทำวิจัย สอน และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมด้วย เป็นจรรยาบรรณที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยต้องทำ  แต่ที่ผ่านมาบางแห่งก็ไม่ทำ เลยต้องออกกฎบังคับให้ทำ
        
    การประกาศของ ก.พ.อ. ครั้งนี้สอดคล้องกับมติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ซึ่งนายประสาท สืบค้า ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือปัญหาการจ้างทำสารนิพนธ์ และวิทยานิพนธ์ ของนักศึกษาปริญญาตรี โท และเอก ที่เริ่มรุนแรงมากขึ้น โดยรับจ้างทำในราคา 20,000-500,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละสาขาวิชา และถูกวิจารณ์ว่า ทำให้ระบบการศึกษาตกต่ำ ที่ประชุมจึงมีมติร่วมกันว่าตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 หากพบนักศึกษาในสถาบันที่เป็นสมาชิก ทปอ. 27 แห่ง จ้างหรือคัดลอกวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ จะถูกให้พ้นสภาพความเป็นนักศึกษาทันที

    พร้อมกันนี้ จะส่งรายชื่อไปยังมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ.ทุกแห่ง เพื่อไม่ให้รับเข้าศึกษาทุกระดับ 
    โดยผู้รับจ้าง จะได้มอบให้นิติกรของ ทปอ.ศึกษาข้อกฎหมายว่าเอาผิดอย่างไรได้บ้าง และหากพบว่าผู้รับจ้างเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ถือว่าผิดจรรยาบรรณ ส่วนโทษทางวินัยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละแห่ง จากนี้จะทำคู่มือหลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันปัญหานี้ เพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติร่วมกันให้ชัดเจนต่อไป

    อ่านต่อได้ที่ voicetv.co.th/read/249609

  • อธิการบดี ม.รามเปิดโปงแก๊งรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ ส่งตำรวจ-ดีเอสไอ ไร้ผล !

    อธิการบดี ม.รามเปิดโปงแก๊งรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ ส่งตำรวจ-ดีเอสไอ ไร้ผล !

    อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ชี้การจ้างทำวิทยานิพนธ์ ถือเป็นอาชญากรรมในวงการศึกษาไทย เคยส่งข้อมูลหลักฐานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและดีเอสไอ แต่เงียบสนิท ไร้การดำเนินการ ยอมรับถึงเวลาที่ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด ยันจัดการปัญหานี้ยาก เพราะเป็นการสมยอมของ 2 ฝ่ายทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ขณะเดียวกันผู้รับจ้างยังมียุทธวิธีการเข้าถึงผู้ว่าจ้าง ทั้งรายเล็ก รายใหญ่ มีการโฆษณาในเว็บไซต์แบบโจ๋งครึ่ม ไม่เว้นแม้กระทั่งในสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ถึงขนาดขึ้นป้ายโฆษณาริมทางเชิญชวนลูกค้า ยืนยันผู้ไม่เคยทำวิทยานิพนธ์ หมดสิทธิ์เป็นอาจารย์ ม.รามฯ

    การจ้างทำวิทยานิพนธ์ ถือเป็นอาชญากรรมทางการศึกษาที่ระบาดอยู่ในแวดวงการศึกษามานานกว่า 20 ปี แม้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในหลายรัฐบาล มีความพยายามจะกวาดล้างเรื่องนี้ก็ตาม แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีหลักเกณฑ์และวิธีการที่จะลงดาบกับขบวนการนี้อย่างจริงจัง สุดท้ายเรื่องนี้จึงยังอยู่ในวังวนของวงการศึกษาไทยมาจนถึงปัจจุบัน

    กระทั่งเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ซึ่งมีบทบาทในการดูแลการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ได้มองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจาก “ผู้จ้าง” และ “ผู้รับจ้าง” พร้อมยังวางมาตรการในการแก้ไข โดยจะขึ้นบัญชีดำผู้จ้าง และหาทางกวาดล้างผู้รับจ้าง

    ทั้งนี้ “ศ.ดร.ประสาท สืบค้า” อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ยอมรับว่า ปัญหาการจ้างทำวิทยานิพนธ์ในปัจจุบัน มีความรุนแรงมากขึ้น หากปล่อยไว้เช่นนี้จะส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของไทย ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติร่วมกันว่าตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 เป็นต้นไป หากพบว่ามีนิสิต-นักศึกษาในสถาบันที่เป็นสมาชิก ทปอ. ทั้ง 27 แห่ง ในระดับตรี โท และเอก มีการจ้างทำ หรือคัดลอกวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์จะถูกให้พ้นสภาพจากความเป็นนิสิต-นักศึกษาทันที พร้อมทั้งจะมีการส่งรายชื่อนิสิต-นักศึกษาไปยังมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. ทุกแห่ง เพื่อไม่ให้บุคคลดังกล่าวเข้าศึกษาต่อ

    สำหรับราคาในการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ จะอยู่ที่ 20,000-500,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละสาขาวิชา จนถูกวิจารณ์ว่า ทำให้ระบบการศึกษาของไทยตกต่ำ

    ขณะเดียวกันก็ได้สั่งการให้นิติกรของ ทปอ. ไปศึกษาข้อกฎหมายด้วยว่า จะสามารถเอาผิดผู้ที่รับจ้างทำวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ได้อย่างไร และหากพบว่าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเป็นผู้รับจ้างทำจะถือว่ามีความผิดทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ และจะถูกพิจารณาโทษทางวินัยของข้าราชการ และพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละสถาบันต่อไป

    โฆษณารับจ้างทำวิทยานิพนธ์เกลื่อนเมือง

    อย่างไรก็ดีทีมข่าวได้ทำการสืบค้นประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ พบว่ามีการดำเนินการให้เห็นทั่วไปและเข้าถึงได้ง่ายตามสื่อออนไลน์ เพียงเข้า Google พิมพ์คำว่า รับทำ-ปรึกษา วิทยานิพนธ์ ก็จะมีปรากฎให้เห็นมากมาย และสามารถติดต่อพูดคุยได้โดยง่ายเพื่อช่วยให้ผู้เรียนระดับปริญญาโท-เอก ที่ไม่มีเวลา หรือไม่สามารถทำวิทยานิพนธ์เองได้ สามารถส่งวิทยานิพนธ์ได้ตามหลักสูตรการศึกษา

    โดยแต่ละแห่งจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้ความช่วยเหลือ ด้วยระบบการทำงานแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ทั้งในรูปแบบงานวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพและอื่นๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ

    โฆษณารับจ้างทำวิทยานิพนธ์ที่อยู่บนเวบไซด์
    โฆษณารับจ้างทำวิทยานิพนธ์ที่อยู่บนเวบไซด์

    สำหรับการจ้างทำวิทยานิพนธ์นั้น ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง จะต้องกำหนดเงื่อนไขกันให้ชัดเจนว่าต้องการให้ผู้ว่าจ้างดำเนินการให้ในส่วนใดบ้าง กี่บท หรือจะให้ทำทั้งหมด

    “ตั้งแต่การคิดหัวเรื่อง การหาข้อมูล การออกแบบสอบถาม การหากลุ่มตัวอย่าง การเขียนแต่ละบท การทำข้อมูลเพื่อพรีเซนต์คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ การสรุปรวบยอดให้ผู้ว่าจ้าง การแก้ไขทุกครั้งที่ถูกคณะกรรมการสั่งให้ปรับ”

    ด้วยเงื่อนไขทั้งหมดในการจัดทำ จะเป็นที่มาของการกำหนดราคารับจ้างได้ชัดเจนว่า แต่ละหัวเรื่องจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างเท่าไร ซึ่งสอดคล้องกับราคาที่ ศ.ดร.ประสาท สืบค้า ระบุไว้ คือตั้งแต่ 20,000-500,000 บาท เพราะยิ่งหัวเรื่องยาก ค้นข้อมูลในบทวรรณกรรมมาก และแหล่งข้อมูลเข้าหายาก จะยิ่งทำให้ราคาว่าจ้างวิทยานิพนธ์สูงตามไปด้วย

    แต่ถ้าเป็นหัวข้อที่เกี่ยวกับแรงจูงใจ หรือการสำรวจทัศนคติ ซึ่งเป็นหัวเรื่องยอดฮิตของนักศึกษานั้น มักจะมีราคาไม่สูงมาก หากไม่ใช้แบบสอบถามที่มีจำนวนหน้า และจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่มีปริมาณมาก เพราะการทำหัวข้อดังกล่าว มักจะใช้บทวรรณกรรมที่ไม่ต่างกันมาก ไม่ซับซ้อน หรือพูดง่ายๆ สามารถก๊อบปี้กันมาได้ง่ายเช่นกัน

    นอกจากจะมีการลงโฆษณารับจ้างในเว็บไซต์แล้ว เราจะพบว่าในแต่ละสถาบันการศึกษายังมีการปิดประกาศ รับจ้างทำวิทยานิพนธ์ ไว้เช่นกัน โดยเฉพาะตามบอร์ดคณะ หรือ ในลิฟต์ แม้ว่าคณาจารย์แต่ละสถาบันจะมีคำสั่งห้ามติดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงพบเห็นทั่วไป

    Special Scoop ได้สอบถามไปยังบริษัทแห่งหนึ่งที่ประกาศรับจ้างทำวิทยานิพนธ์บนเว็บไซต์ เกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการกวาดล้างการจ้างทำวิทยานิพนธ์ที่กำลังเริ่มขึ้นนั้น พนักงานของบริษัทรับทำวิทยานิพนธ์ รับรองว่า ตั้งแต่บริษัทเริ่มเปิดให้บริการให้กับนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชน มาจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีนักศึกษาคนไหนเจอกับกรณีนี้ และด้วยความเป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์มานาน จึงมีข้อดี คือ ไม่ทิ้งงาน ซึ่งเป็นเหตุผลทำให้ค่าบริการของบริษัทฯ มีราคาสูงกว่ารายเล็กอื่นๆ ที่ประกาศให้บริการในลักษณะเดียวกัน วิธีการมีแบบลักษณะการให้คำปรึกษา (Consult) และรับทำ โดยการคิดราคาจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละสาขาวิชา และรับทำบางบทหรือทั้งเล่ม อัตราระหว่าง 20,000-500,000 บาท ส่วนการให้คำปรึกษานั้นจะคิดค่าบริการเริ่มต้นที่ 30,000 บาทเป็นต้นไป

    ส่วนสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจการจ้างทำวิทยานิพนธ์เติบโตและมีรายได้เป็นกอบเป็นกำนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากนโยบายในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งของรัฐและของเอกชนหลายแห่ง ที่มีการระบุไว้ว่าผู้ที่จะได้รับการพิจารณาในขั้นใดบ้างที่ต้องจบการศึกษาปริญญาโท เป็นผลให้คนเหล่านี้ต้องไปศึกษาเพิ่มเติม ส่งผลให้สถาบันการศึกษาต่างๆ ก็เปิดสาขามากขึ้น รวมไปถึงการเปิดหลักสูตรพิเศษขึ้นมา รองรับกลุ่มคนเหล่านี้

    โดยก่อนหน้านี้หลักสูตรปริญญาโททั้งภาคปกติ และภาคพิเศษ สถาบันการศึกษาจะระบุชัดว่าจะต้องมีการทำวิทยานิพนธ์ หรือ ภาคนิพนธ์ เพื่อให้นักศึกษาที่เรียนนั้น ได้ทำการศึกษา ค้นคว้า และเกิดข้อคิดค้นความรู้ใหม่ที่ได้จากการทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งเป็นการเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ ความสามารถได้เป็นอย่างดี

    แต่ด้วยความที่กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นเก่า หรือรุ่นใหม่ บางคนไม่มีเวลา แต่บางคนไม่อยากเสียเวลาค้นคว้า และบางคนก็มีงบประมาณไว้พร้อม ก็เลือกที่จะจ้างทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งเป็นช่องทางที่จะทำให้เขาจบหลักสูตรได้ง่าย ประกอบกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ต้องรับผิดชอบวิทยานิพนธ์จำนวนหลายคน/หลายเล่ม ทำให้ไม่มีเวลาในการให้คำปรึกษา และนักศึกษาบางคนก็ไม่เข้าใจในการค้นคว้า การเขียน การออกแบบสอบถาม เพื่อทำวิทยานิพนธ์ จึงเลือกที่จะจ้างทำเช่นกัน

    อธิการบดี ม.รามฯ เปิดโปงให้ดีเอสไอ เล่นงานแต่เงียบ

    ด้าน ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคําแหง กล่าวกับ Special Scoop ถึงปัญหาการจ้างทำวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ว่า เกิดจากความมักง่ายของคนที่เรียนหนังสือแล้วที่ไม่รับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช้ความสามารถเรียนด้วยตัวเอง แต่ไปจ้างทำวิทยานิพนธ์ ทั้งผู้จ้าง และผู้รับจ้าง ถือว่าเป็นอาชญากรรมทางวิชาการที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในแวดวงการศึกษา

    ซึ่งสถาบันศึกษาต่างๆ ยังไม่สามารถเล่นงานทั้งผู้จ้าง และผู้รับจ้างทำวิทยานิพนธ์ได้ เนื่องจากหาตัวไม่เจอ และถือว่าต้องเผชิญความยากลำบากมาก เพราะทั้ง 2 ฝ่าย คือ ผู้จ้างและผู้รับจ้างต่างสมยอมช่วยกันปกปิด ซึ่งเป็นอุปสรรคทำให้การตรวจสอบไปไม่ถึงตัวผู้รับจ้าง ขณะที่ผู้จ้างก็บอกว่าตัวเองเป็นคนทำวิทยานิพนธ์นี้ขึ้นมาเอง

    ที่ผ่านมานั้นจะเห็นได้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายๆ แห่งพยายามหาวิธีการสกัดกั้น เช่น ทปอ.มีการพูดกันถึงการใช้โปรแกรมอักขราวิสุทธิ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีการใช้กันอยู่ เป็นเครื่องตรวจสอบงานวิทยานิพนธ์และงานสารนิพนธ์ ยกตัวอย่างวิทยานิพนธ์ที่เป็นของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถ้าไปโผล่ที่อื่นก็สามารถตรวจสอบได้ นี่เป็นความพยายามในการหามาตรการป้องกันและตรวจสอบ แต่วิธีการนี้ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ถึง 100%

    ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคําแหง
    ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคําแหง

    ในส่วนมหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยเดินหน้าจะดำเนินการกับผู้รับจ้างทำวิทยานิพนธ์ขั้นเด็ดขาด เพราะมีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ขึ้นเว็บไซต์กันอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และในพื้นที่ต่างจังหวัดยิ่งหนักถึงขนาดขึ้นป้ายโฆษณาหน้าสำนักงานที่เปิดบริการรับจ้าง ตลอดจนการรับจ้างอำนวยความสะดวกในการเรียน โดยอ้างว่าจะทำให้นักศึกษาเรียนจบได้เร็วขึ้น

    ทั้งนี้ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆของผู้รับจ้าง ไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอ ให้ช่วยดำเนินการเสาะหาผู้ที่อยู่ในขบวนการนี้ ผ่านมา 2-3 ปีจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการใดๆทั้งสิ้น ไม่แน่ใจว่าติดขัดอะไร หรือเป็นข้อกฎหมายที่ทำให้ไม่สามารถตั้งข้อกล่าวหาได้ ปัญหาจึงยังคงมีอยู่จนถึงวันนี้

    ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าวถึงที่มีการตั้งคำถามกันว่า ปัญหานี้เกิดจากสัดส่วนระหว่างอาจารย์ และนักศึกษาไม่พอดี จึงทำให้การดูแลตรวจวิทยานิพนธ์ ขาดประสิทธิภาพหรือไม่นั้น ประเด็นนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง เพราะสัดส่วนอาจารย์และนักศึกษาต่อให้เหมาะสมแค่ไหน คนก็สามารถจะเป็นโจรได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะคนที่จบมาด้วยการทำวิทยานิพนธ์เองก็มีอยู่มาก บางคนอาจใช้เวลานานถึง 3 ปีก็มีแต่ก็สำเร็จ ส่วนคนที่ไปจ้างแล้วยังชูคออยู่ในสังคมพวกนี้คงเรียกหาความละอายใจจากเขาไม่ได้

    และที่กล่าวว่าสถาบันการศึกษาต่างๆ ก้าวสู่ธุรกิจการศึกษา เน้นหาแต่รายได้จนลืมเรื่องคุณภาพนั้น ไม่เกี่ยวกัน เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นของตัวบุคคลที่มีนิสัยมักง่ายฉาบฉวย และมองประโยชน์แค่วุฒิการศึกษา อันที่จริงแล้ววุฒิการศึกษาต้องมาพร้อมกับความรู้ และคุณธรรม คนเหล่านี้เน้นที่ตัวปริญญามากไม่เน้นการศึกษาหาความรู้อย่างจริงจัง

    ม.รามฯ งัดมาตรการลงโทษถึงขั้นไล่ออก

    นอกจากนี้ หากจับได้ว่าบุคลากรของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ จะถือเป็นการทำผิดที่มีโทษรุนแรง และไม่สามารถที่จะอภัยให้ได้ โดยจะถูกลงโทษ “ไล่ออก” สถานเดียว

    ในส่วนนักศึกษาผู้ว่าจ้าง หากตรวจสอบว่ามีการลอกเลียนวิทยานิพนธ์นั้น จะต้องยอมให้ถอดถอนปริญญาภายหลังได้ ซึ่งวิธีการนี้เริ่มนำร่องที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มานานเกือบ 20 ปี โดยให้มีการเขียนหนังสือคำมั่นสัญญาต่อกันไว้ท้ายเล่ม ในข้อความที่ว่า “ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ข้าพเจ้าเป็นผู้จัดทำขึ้นมาเอง หากว่ามีการตรวจสอบพบในภายหลังว่า เป็นวิทยานิพนธ์ที่จ้างทำหรือเป็นการลอกเลียนของที่อื่นมา และหากมีส่วนสำคัญ หรือสาระสำคัญของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นดังที่กล่าวมา ข้าพเจ้ายินดีให้มหาวิทยาลัยถอดถอนปริญญา”

    ทั้งนี้ได้กำชับคณบดีทุกคณะให้ซักไซ้ไล่เรียงลูกศิษย์เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผู้ทำวิทยานิพนธ์เอง เพราะมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ต้องช่วยกันเข้มงวดกวดขัน ในขณะที่คนแสวงหาประโยชน์เองก็พยายามจะรุกคืบเข้ามา อาจารย์ที่ปรึกษาในสัดส่วน 1 คนต่อนักศึกษา 10 คน ในฐานะที่เป็นปราการด่านแรก ต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้เรื่องนี้เข้ามาในสถานศึกษาของเรา และต้องช่วยกันรณรงค์กวาดขยะพวกนี้ออกไปจากวงการการศึกษาให้ได้

    ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ดี เมื่อรัฐบาลยุคนี้ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะหากว่าการแก้ปัญหา ติดขัดที่ด้านข้อกฎหมาย เพราะไม่สามารถดำเนินการหาผู้กระทำผิดได้ จะได้มีการดำเนินการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้สามารถยุติเรื่องการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์ได้อย่างเด็ดขาด คนที่ไปจ้างบางครั้งไม่รู้ว่าคนที่รับจ้างไปลอกวิทยานิพนธ์คนอื่นมา เรื่องนี้เป็นเพราะพวกปลวกการศึกษาทั้งหลายนั้น มีส่วนทำให้คุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำลงไปทุกวัน

    ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีการเปิดหลักสูตรใหม่ออกมามาก มีวิธีการควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดมาตลอด และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกๆที่มีการประกันคุณภาพ โดยมีการเปิดสำนักงานประกันคุณภาพภายใน ตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้โดยเฉพาะ รวมถึงการประกาศรับสมัครอาจารย์เข้ามาสอนนักศึกษา ก็ต้องคัดเลือกอาจารย์ที่มีคุณภาพและความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้ลูกศิษย์

    ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าวด้วยว่าในด้านการดูแลนักศึกษา แม้ว่าจะมีจำนวนที่มากก็ตาม แต่อาจารย์ต้องไม่ทอดทิ้งนักเรียน อาจารย์ที่ปรึกษาต้องมีเวลาให้นักศึกษาเข้าหา และปรึกษาได้ รวมถึงการควบคุมการสอบนั้น เป็นที่รู้กันว่า ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการคุมสอบมาก และข้อสอบมีหลักประกันที่เชื่อได้ว่าไม่มีทางรั่วไหล ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ดำเนินการกันอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับการทำวิทยานิพนธ์ที่มีการกำชับว่า อาจารย์เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยที่ต้องไปทำหน้าที่ จึงต้องควบคุมดูแลลูกศิษย์ให้มีคุณภาพอย่างจริงจัง คนที่ไม่ได้ทำวิทยานิพนธ์เองเมื่อถูกซักถามมากๆ จะตอบไม่ได้ ที่นี่ควบคุมกันเต็มที่ไม่ปล่อยออกไปง่ายๆ ดังที่กล่าวกันมานานว่า “เรียนรามเข้าง่ายออกยาก”

    ขณะที่มีการเปิดหลักสูตรปริญญาโทที่ไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์นั้น ก็ไม่ได้ทำให้คุณภาพด้อยลง เพราะแต่ละมหาวิทยาลัย จะมีการเปิดหลักสูตรที่เรียกว่า หลักสูตร “แผน ข.” ซึ่ง 1 คณะสามารถเปิดสอนแผน ข. ได้เพียง 1 สาขาวิชา และในบางคณะเป็นสายวิชาที่ต้องมีการทำวิทยานิพนธ์ เช่น คณะวิทยาศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง จะไม่มีการเปิดสอนหลักสูตรแผน ข. ในระดับปริญญาโท

    โดย “แผน ข.” มีข้อแตกต่างจากหลักสูตรเดิม คือ ต้องมีเวลาเรียนเพิ่มขึ้น และมีการทำสารนิพนธ์ งานวิจัยอิสระ ซึ่งตรงนี้ก็ไม่แตกต่างกัน เรียกได้ว่า เป็นงานเขียนวิทยานิพนธ์ฉบับย่อย มีหลักเกณฑ์ที่เปิดหลักสูตรเพื่อตอบโจทย์คนที่ไม่สะดวกก็เลือกเรียน “แผน ข.” ก็ได้ แต่ก็ยังมีนักศึกษาไม่น้อยที่เลือกเรียน “แผน ก.” ขณะที่คนที่เรียนจบ “แผน ข.” ไม่ได้เรียน “แผน ก.” มานั้น การจะมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงจะไม่รับให้เป็นอาจารย์โดยเด็ดขาด

    เปิดหลักสูตรแผน ข.ช่วยลดอัตราจ้างทำวิทยานิพนธ์

    ทั้งนี้การจะเลือกเรียนต่อในแผน ก. หรือแผน ข. นั้นอยู่ที่เป้าหมาย และเวลาของแต่ละคน ซึ่งความแตกต่างของการเรียนแผน ก. เป็นการศึกษาในเชิงลึกที่ต้องทำวิทยานิพนธ์ ที่มีการคิดค้นความรู้ใหม่ จึงสามารถจบการศึกษาได้ เพราะเป็นการฝึกให้คิดอย่างมีเหตุผลมากขึ้น และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นนักวิชาการ

    ในการเรียนแผน ข. ตอบโจทย์คนที่ทำงานประจำและไม่มีเวลาในการศึกษาค้นคว้า แต่มีเป้าหมายต้องการเรียนต่อเพื่อยกระดับหน้าที่การงาน และต่อยอดความรู้เดิม และ อาจจะเป็นทางออกในการลดจำนวนผู้จ้างทำวิทยานิพนธ์ลงได้ หากผู้เรียนมีความต้องการหาความรู้ และมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ขณะที่ผู้รับจ้างทั้งที่เป็นลักษณะบริษัท หรือเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นผู้มีคุณวุฒิและมีความรู้ต้องมีความละอายต่อการแสวงหารายได้บนทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่น เพราะถือเป็นเหลือบที่ทำลายระบบการศึกษาอย่างน่าละอายและไร้เกียรติ และไร้ซึ่งจรรยาบรรณในวิชาชีพอย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญคือ คนรุ่นต่อไปจะไร้ซึ่งความสามารถในการผลิตวิทยานิพนธ์ ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อการศึกษาไทย และบุคลากรที่จบมาก็จะไม่มีคุณภาพ

    อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://m.mgronline.com/specialscoop/detail/9580000099113

  • ทปอ.ลั่นจ้างทำวิทยานิพนธ์ จับได้”พ้นสภาพนิสิต-นศ.”

    ทปอ.ลั่นจ้างทำวิทยานิพนธ์ จับได้”พ้นสภาพนิสิต-นศ.”

    ขึ้นแบล็คลิสต์ส่งรายชื่อให้ 27มหา’ลัยสมาชิก ทปอ.งดรับเข้าเรียน ตัดวงจรจ่ายครบจบแน่ มอบนิติกรศึกษาข้อกฎหมายเอาผิดคนรับจ้างด้วย ชี้ปัญหาเริ่มรุนแรงมากขึ้น ทำคุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำ
    อาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2558 เวลา 05.59 น.

    ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี วันที่ 23 ส.ค.ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม ทปอ.วันนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาการจ้างทำสารนิพนธ์ และวิทยานิพนธ์ของนิสิต-นักศึกษา ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก ที่พบว่าปัญหาเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของไทย โดยการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์นั้นราคาอยู่ที่ประมาณ 20,000-500,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละสาขาวิชา

    ดังนั้นในฐานะที่ ทปอ. เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ดูแลอุดมศึกษา จึงมีความกังวลว่า หากปล่อยไว้เช่นนี้คุณภาพการศึกษาไทย โดยเฉพาะระดับอุดมศึกษาจะตกต่ำไปมากกว่านี้ ที่ประชุมจึงมีมติร่วมกันว่าตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 เป็นต้นไป หากพบว่ามีนิสิต-นักศึกษาในสถาบันที่เป็นสมาชิกทปอ. ทั้ง 27 แห่ง มีการจ้างทำ หรือคัดลอกวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์จะถูกให้พ้นสภาพจากความเป็นนิสิต-นักศึกษาทันที และจะมีการส่งรายชื่อนิสิต-นักศึกษาไปยังมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. ทุกแห่ง เพื่อไม่ให้บุคคลดังกล่าวเข้าศึกษาต่อ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มอบให้นิติกรของ ทปอ. ไปศึกษาข้อกฎหมายด้วยว่า จะสามารถเอาผิดผู้ที่รับจ้างทำวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ได้อย่างไรบ้าง ทั้งนี้หากพบว่าผู้รับจ้างเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย นอกจากจะถือว่ามีความผิดทางจรรยาบรรณของวิชาชีพแล้ว จะถูกพิจารณาโทษทางวินัยของข้าราชการ และพนักงานมหาวิทยาลัยด้วย แต่จะถูกลงโทษในขั้นใดนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละแห่ง

    “ที่ผ่านมาพบว่า การรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ส่วนใหญ่จะประกาศผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยคนที่รับจ้างจะเป็นคนที่เก่ง และมีความเชี่ยวชาญ สามารถรับทำวิทยานิพนธ์ และทำงานวิจัยได้เฉลี่ยเดือนละ 5-20 ชิ้น ซึ่งถือว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่ทำให้การศึกษาไทยตกต่ำ ทำลายระบบการศึกษาของประเทศ ซึ่ง ทปอ.ยอมไม่ได้ โดยเฉพาะขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาใหม่ว่า อาจารย์ประจำหลักสูตรต้องมีคุณวุฒิระดับปริญญาเอก ดังนั้นหากมีการปล่อยปละละเลยให้มีการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ และได้ผู้ที่จ้างทำวิทยานิพนธ์เข้ามาเป็นอาจารย์สอน ก็จะยิ่งทำให้คุณภาพการศึกษาของเราตกต่ำไปเรื่อย ๆ ที่ประชุมจึงเห็นพ้องร่วมกันว่า ในฐานะที่เป็นสถาบันอุดมศึกษา ยืนยันว่าจะร่วมกันหาระบบป้องกันปัญหาการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ และไม่ให้เกิดปัญหาจ่ายครบจบแน่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ.เด็ดขาด อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะมีการจัดทำคู่มือหลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันปัญหาดังกล่าว เพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติร่วมกันให้ชัดเจนต่อไป” ศ.ดร.ประสาท กล่าว

    ศ.ดร.ประสาท กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือ เพื่อเตรียมการขอเข้าพบ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการคนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะได้เข้าพบในเร็ว ๆ นี้ เพื่อรายงานภารกิจของมหาวิทยาลัย รวมถึงขอรับการสนับสนุนทั้งในระดับนโยบาย คณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรี พร้อมกันนี้จะทำเข้าความใจถึงการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย เช่น การเปลี่ยนสถานภาพของมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยของรัฐ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือมหาวิทยาลัยนอกระบบ เป็นต้น นอกจากนี้จะขอรับฟังนโยบายเกี่ยวกับการอุดมศึกษาจากรมว.ศึกษาธิการคนใหม่ด้วย.

    … อ่านต่อที่ : https://d.dailynews.co.th/education/343507/

Many players weighing new gaming sites end up comparing welcome packages, live dealer lobbies, and withdrawal speeds before signing up, and platforms like Cazeus Online Casino often show up in those side-by-side reviews. A short check of licensing credentials, available payment methods, and the variety of slot providers tends to separate the better regulated brands from the rest of the pack, so it is worth scanning the footer details and the terms page rather than just the promo banner. For anyone interested in trying Cazeus Online Casino, reading recent player feedback and noting the minimum deposit and wagering requirements usually gives a clearer picture than the headline bonus number alone.
Wie je live tafels wilt verkennen zonder gedoe, dan kan een account met snelle verificatie en heldere stortingslimieten helpen; wie liever sport en slots combineert, vindt via stake casino een overzichtelijke Nederlandstalige omgeving die aan alle eisen voldoet.