TsisWorld

Day: January 12, 2022

  • 6 เครื่องมือในการทำแบบสำรวจออนไลน์ (Online Survey)

    6 เครื่องมือในการทำแบบสำรวจออนไลน์ (Online Survey)

    การออกแบบแนวทางในการทำแบบสำรวจ (Survey) ที่ดีจะช่วยให้คุณเก็บข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ การรับรู้ถึงความพึงพอใจของลูกค้า รวมไปถึงการรับรู้เกี่ยวกับตัวแบรนด์ในด้านอื่นๆ โดยผมได้รวมเครื่องมือดีๆที่จะช่วยให้คุณทำการสำรวจความคิดเห็นในแบบต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์นั่นเอง ลองมาดูกันว่า 6 เครื่องมือในการทำแบบสำรวจออนไลน์ (Online Survey) นั้นมีอะไรบ้าง

    1.               Google Forms

    หลายๆคนน่าจะรู้จักกับ Google Forms เป็นอย่างดีเพราะเครื่องมือนี้ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการทำแบบสำรวจ แบบสอบถามความคิดเห็น โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาที่ต้องทำ IS หรือ Thesis ซึ่งการที่จะใช้ Google Forms ได้นั้นคุณต้องมีบัญชีของ Google ซะก่อน โดยเครื่องมือนี้ค่อนข้างใช้ง่ายและน่าจะชินมือหลายๆคน ที่สำคัญมันฟรีซะด้วย แต่อาจไม่สามารถทำแบบสอบถามที่สลับซับซ้อนมากๆได้

    2.               SurveyMonkey

    เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือทำแบบสำรวจออนไลน์ที่มีชื่อเสียงมากอันดับต้นๆของโลก ที่สามารถตั้งคำถามได้ 10 คำถามต่อการทำแบบสำรวจ 1 ครั้ง แบ่งเป็น 15 คำถาม และสามารถถามได้ 100 แบบสำรวจ มีการออกแบบมาให้ใช้งานง่ายสำหรับคนทั่วๆไป แต่หากซื้อเป็นแบบ Pro Version ก็สามารถทำแบบสอบถามได้ไม่มีกำหนดจำนวนคำถาม รวมถึงมีฟีเจอร์ใหม่ๆอื่นๆให้เล่นอีกด้วยตามแพคเกจราคาที่กำหนด

    3.               Surveyplanet

    อีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้งานง่ายรวดเร็วซึ่งมีให้ใช้งานฟรีและแบบเสียเงิน โดยฟีเจอร์ที่ใช้ฟรีนั้นก็ถือว่าเกือบจะครบเครื่องโดยสามารถตั้งคำถามได้ไม่จำกัด สร้างแบบสำรวจได้ไม่จำกัด และยังส่งถึงกลุ่มตัวอย่างได้อย่างไม่จำกัด แต่ก็ไม่สามารถสรุปผลออกมาเป็นรายงานได้ ซึ่งต้องเสียเงินซื้อเพิ่มเติมรวมไปถึงมีฟีเจอร์ใหม่ๆให้ใช้งาน

    4.               FreeOnlineSurveys

    จุดเด่นของ FreeOnlineSurveys นั้นคือคุณสามารถเลือกสร้างได้ทั้งแบบสำรวจ โพล การสร้าง Quiz ต่างๆผ่านหน้าหลักของเว็บได้ทันที โดยแบบฟรีนั้นสามารถสร้างได้ถึง 20 คำถาม สามารถส่งหากลุ่มตัวอย่างได้ไม่เกิน 50 คนต่อวัน ไม่จำกัดแบบสอบถาม แต่แบบเสียเงินคุณสามารถใช้ฟีเจอร์อื่นๆรวมไปถึงการส่งหากลุ่มตัวอย่างได้ 1,000 คนเลยทีเดียว

    5.               Smart Survey

    ตัว SmartSurvey สามารถสร้างทีมและแชร์ข้อมูลถึงกันได้ด้วยการตั้งรหัสผ่าน ซึ่งสามารถตั้งคำถามได้ถึง 15 คำถามแบบฟรีๆ กับกลุ่มเป้าหมายถึง 100 คนเลยทีเดียว มีรายงานผลเป็น Dashboard แบบสวยงาม และหากเสียเงินซื้อคุณยังสามารถตั้งคำถามได้อย่างไม่จำกัด และส่งถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว่า 1,500 คนค่ะ

    6.               Survey Methods

    ปิดท้ายด้วย SurveyMethods ที่ให้คุณแชร์การทำแบบสำรวจกับเพื่อนร่วมงาน และยังสามารถถาม Feedback จากเพื่อนร่วมทีมได้อีก ตัวเครื่องมือนี้สามารถอัพโหลดข้อมูลอีเมล์เพื่อส่งแบบสอบถามไปยังทุกคนได้ทีเดียว โดยแบบฟรีนั้นสามารถสร้างได้ 20 คำถาม และทำแบบสำรวจได้ 20 แบบ ส่งถึงกลุ่มเป้าหมายได้ 500 คน แต่หากอยากเพิ่มทุกอย่างเป็นแบบไม่มีขีดจำกัด รวมถึงฟีเจอร์เด็ดๆก็ต้องเสียเงินตามระเบียบ

    หวังว่าตัวอย่างเครื่องมือทำแบบสอบถามออนไลน์ (Online Survey) ทั้งหมดนี้จะช่วยให้งานของคุณง่ายขึ้นนะคะ โดยแต่ละเครื่องมือนั้นบางอันก็สามารถใช้ภาษาไทยได้ยังไงก็ลองใช้ดูค่ะ อันที่จริงยังมีเครื่องมืออีกหลายตัวที่น่าสนใจและใช้งานง่าย หากใครรู้อะไรดีๆก็เอามาแบ่งปันกันได้นะคะ

    Credit: https://bit.ly/3JN7HVk

  • 5 ข้อสังเกตงานวิจัยแต่ละแบบ ที่มืออาชีพเท่านั้นที่รู้ !

    5 ข้อสังเกตงานวิจัยแต่ละแบบ ที่มืออาชีพเท่านั้นที่รู้ !

    บทความนี้ขอย่อยปัญหาหลักในการทำงานวิจัยไทย 5 ข้อสังเกตงานวิจัยแต่ละแบบ ที่มืออาชีพเท่านั้นที่รู้ ! คือ

    1. การทำวิจัยปริญญาโทและปริญญาเอกนั้น ต่างกันอย่างไร

    ในข้อสังเกตวิจัยแรกนี้ส่วนใหญ่ผู้วิจัยหลายๆ ท่านจะแยกไม่ค่อยได้ว่า การทำงานวิจัยปริญญาโทและปริญญาเอกนั้น ต่างกันอย่างไร เราจะขออธิบายสั้นๆ ง่ายๆ ว่า

    – ปริญญาเอกจะเน้นการทำวิจัย (Research) ในระดับที่ก้าวหน้าและสูงขึ้น โดยอาจจะมีหรือไม่มีการเรียนการสอนรายวิชาก็ได้

    ฉะนั้นในการเรียนในระดับปริญญาเอก การฝึกฝนทักษะการทำวิจัยเป็นสำคัญ เพราะผู้เรียนจำเป็นต้องค้นคว้าและสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ๆ ได้ด้วยตนเอง

    โดยศึกษาค้นคว้าวิจัยในหัวข้อนั้นๆ ลงไปให้ลึกถึงแก่นของความรู้ และในที่สุดสามารถสร้างองค์ความรู้ในแบบฉบับของตัวเองและขยายองค์ความรู้นั้นให้เป็นประโยชน์ในวงกว้างได้

    – ปริญญาโทจะเน้นการเรียนการสอนรายวิชา (Course work) ในระดับที่ก้าวหน้าและสูงขึ้น โดยอาจจะมีหรือไม่มีการทำวิจัยก็ได้

    ซึ่งการเรียนในระดับปริญญาโท จะมุ่งเน้นให้ผู้เรียนศึกษาความรู้ที่เฉพาะเจาะจงและลึกซึ้งกว่าระดับอื่นๆ อีกทั้งจะต้องสามารถประยุกต์ความรู้ทางทฤษฎีไปใช้ในบริบทต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม แต่ไม่ถึงกับต้องสร้างองค์ความรู้ใหม่ ลึกซึ้งถึงแก่นเท่ากับปริญญาเอก

    หากเชิงเปรียบเทียบในแง่ขององค์ความรู้มากกว่าการเรียนในระดับปริญญาเอกที่ใช้เวลาโดยส่วนใหญ่มุ่งศึกษาหัวข้อวิจัยเพียงเรื่องเดียวอย่างลึกซึ้ง

    เพราะการทำงานวิจัยในระดับปริญญาโทจะตอบโจทย์กับงานที่ต้องศึกษาความรู้แบบกว้างๆ และหลากหลาย และก็เพียงพอในการนำไปปรับใช้กับชีวิตและงานต่างๆ ได้ ซึ่งจำเป็นต้องไปสั่งสมประสบการณ์และความชำนาญต่างๆ ในสายอาชีพนั้นๆ เพิ่มเติมอยู่ดี

    2. การทำวิทยานิพนธ์ (Thesis) ระดับปริญญาโท แบบ ก1 และ แบบ ก2 ต่างกันอย่างไร

    ในการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แผน ซึ่งในข้อสังเกตวิจัยนี้ ทางเราจะอธิบายความต่างของ แผน ก ซึ่งจะเน้นการทําวิจัยโดยให้มีการทําวิทยานิพนธ์ และแยกย่อยออกเป็น แบบ ก1 และ แบบ ก2 คือ

    – แบบ ก1 จะเป็นการทําวิทยานิพนธ์อย่างเดียว โดยจะต้องมีหน่วยกิตไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต หรืออาจมีการเรียนรายวิชาก็ได้แต่ไม่นับหน่วยกิต และอาจจะไม่ต้องเรียนรายวิชาบรรยาย หรือเรียนแค่บางวิชาแบบไม่คิดหน่วยกิตไม่มีเกรด ซึ่งเหมาะกับผู้เรียนที่มีประสบการณ์วิจัยหรือมีความรู้ในสาขาวิชาด้านนั้นอย่างชัดแล้ว

    แต่กลับมีข้อเสียตรงที่ไม่มีเกรดรองรับ อาจจะทำให้ยุ่งยากนิดๆ เมื่อนำไปสมัครในตำแหน่งงานที่กำหนดเกรด

    – แบบ ก2 ในแผนการเรียนจะประกอบด้วยรายวิชาไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต และในการทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต รวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต โดยการทำวิทยานิพนธ์จะเริ่มทำหลังจากเรียนรายวิชาไปแล้วประมาณ 2 เทอม

    3. งานดุษฎีนิพนธ์ แบบ 1 แบบ 2 ต่างกันอย่างไร

    ในข้อสังเกตวิจัยข้อที่ 3 นี้ ก็จะคล้ายๆ กับ ข้อที่ 2 แต่จะเป็นในระดับปริญญาเอก

    – แบบ 1 เป็นแผนการศึกษาที่เน้นการวิจัย โดยมีการทำวิทยานิพนธ์ อาจจะกำหนดให้เรียนรายวิชาเพิ่มเติมหรือ ทำกิจกรรมทางวิชาการอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยไม่นับหน่วยกิต ซึ่งจะแยกย่อยเป็น 2 ส่วน คือ

    แบบ 1.1 ผู้เรียนที่สำเร็จปริญญาโท จะต้องทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต

    แบบ 1.2 ผู้เรียนที่สำเร็จปริญญาตรี จะต้องทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 72 หน่วยกิต

    – แบบ 2 เป็นแผนการศึกษาที่เน้นการวิจัย และศึกษารายวิชาเพิ่มเติม แยกย่อยเป็น 2 ส่วน คือ

    แบบ 2.1ผู้เรียนที่สำเร็จปริญญาโทจะต้องทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต และศึกษารายวิชาอีกไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต

    แบบ 2.2 ผู้ผู้เรียนที่สำเร็จปริญญาตรีจะต้องทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต และศึกษารายวิชาอีกไม่น้อยกว่า 24 หน่วยกิต

    4. บทความวิชาการ และ บทความวิจัย ต่างกันอย่างไร

    ในความต่างของบทความวิชาการ และ บทความวิจัย มีลักษณะความต่างดังนี้

    – บทความวิชาการ

    จะนำเสนอความรู้พื้นฐานทางวิชาการของสาขานั้นๆ ที่เชื่อถือได้ และมีหลักฐานอ้างอิงทางวิชาการที่ใช้ประกอบการเขียนอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ โดยเขียนในลักษณะวิเคราะห์ วิจารณ์ ให้ผู้อ่านเห็นถึงประเด็นหรือสาระสำคัญที่ต้องการสื่อให้ผู้อ่านรับรู้

    ซึ่งอาจจะเป็นการเขียนจากประสบการณ์ความเชี่ยวชาญส่วนตัวของผู้เขียน หรือนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ วิจารณ์ เรียบเรียงจัดลำดับการนำเสนอเนื้อหาสาระอย่างเหมาะสมชัดเจน

    และสรุปอภิปรายชี้แนะ เพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านนำไปใช้ประโยชน์ หรือเหาความรู้ในประเด็นนั้นๆ เพิ่มเติมต่อไป 

    – บทความวิจัย

    บทความวิจัยคล้ายจะมีลักษณะคล้ายกับงานวิจัย หรืองานวิทยานิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา แต่มีความต่างกันในรายละเอียดของความยาว ส่วนขยาย และส่วนประกอบบางส่วนที่ไม่จำเป็นต้องเขียนลงในบทความวิจัย

    เช่น กรอบความคิดเชิงทฤษฎี ตัวแปรต่างๆ ขอบเขต และข้อจำกัดของการวิจัย รวมทั้งตารางการวิเคราะห์ข้อมูล

    โดยการเขียนบทความวิจัยจะมีลักษณะกระชับตรงประเด็น ครอบคลุมส่วนที่เป็นปัญหา วิธีการดำเนินงาน ผลการวิจัย การอภิปรายและข้อเสนอแนะเป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปบทความวิจัยจะมีความยาวประมาณ 10-15 หน้ากระดาษ A4

    5. จริงๆ รายงานวิจัยนั้นมี 6 บทขึ้นไป

    ในการทำงานวิจัยส่วนใหญ่จะทำรายงานการวิจัยที่พูดจนติดปากว่า “การทำวิจัย 5 บท” หรือ “สอบ 5 บท” ซึ่งหากสังเกตให้ดีในการทำงานวิจัยนั้นไม่มีข้อจำกัดที่ตายตัว สามารถพลิกแพลงไปตามกระบวนการวิจัย ที่จะต้องประกอบด้วยอย่างน้อย 6 ส่วน คือ

    1. บทนำ

    2. ทบทวนวรรณกรรม

    3. วิธีดำเนินการวิจัย

    4. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

    5. ผลการวิจัย

    6. สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

    ดังนั้นรายงานการวิจัยจะมีกี่บทก็ได้แต่ไม่ควรต่ำกว่า 6 บท และไม่ควรคิดว่า ผลการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ผลการวิจัย ที่จะต้องรวมบทที่ 4 และ 5 เข้าด้วยกัน

    นี่เป็นข้อสังเกต 5 ข้อ ที่หลายๆ คนมองข้าม และในบางครั้งยังไม่สามารถแยกแยะออก จนกว่าจะเกิดปัญหากับตัวเองถึงจะตระหนักรู้ในข้อสังเกตนี้

    หากท่านมีข้อสงสัย หรือกำลังมองหาที่ปรึกษาในการทำงานวิจัย งานวิทยานิพนธ์ หรืองานดุษฎีนิพนธ์สามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางด้านล่างนี้

    Credit: https://bit.ly/3G5khgt

  • 8 หนังสือแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มทำการวิจัย

    8 หนังสือแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มทำการวิจัย

    1. หนังสือเบื้องต้น สำหรับการใช้ SPSS ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไม่รู้อะไรเลยไปจนถึง สามารถวิเคราะห์สถิติได้ ทั้ง t-test , ANOVA , regression ดีมาก (มีไฟล์ให้โหลดทดลองใช้งานประกอบหนังสือด้วย)

    2.  หนังสือเกี่ยวกับความรู้ด้านวิจัย (ละเอียด) เน้น ทฤษฎี แนะนำวิจัยแบบต่างๆ ครอบคลุมเนื้อหาวิจัยทั้งหมด(โดยเฉพาะสายการแพทย์)

    3. หนังสือสถิติและการวิจัย (ดีมาก) กลั่นกรองจากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติวิจัยมายาวนาน  ชี้จุดที่ต้องสังเกตในวิจัยไปตั้งแต่ ขั้นออกแบบ วิเคราะห์ผล ไปจนถึงการอ่านผลวิจัย

    4.-5.  หนังสือ2เล่มนี้ดีมาก ต้องมีไว้ครอบครอง  เป็นการสอน SPSS+   มีตัวอย่างที่จะใช้ในสถิติต่างๆอย่างละเอียด  เล่ม 4 จะเป็นสถิติพื้นฐาน( t-test ,AMOVA , simple-multiple regression )    เล่ม5 จะเป็นสถิติขั้นสูง(รวมทั้ง logistic regression ) 

    6.-7.  หนังสือสำหรับเป็นครูสอนในการเขียนผลงานวิจัยและบทความต่างๆ  โดยเฉพาะเล่ม 6. เอาไว้เขียน paper เพื่อตีพิมพ์ในวารสาร หรือเขียน วิทยานิพนธ์จบ ป.โท-ป.เอก  ( สายวิจัย เล่ม6 ต้องมีไว้)

    8. หนีงสือสำหรับนักวิจัย ไว้วิเคราะห์และอ่านผลงานวิจัย meta analysis of RCT ซึ่งเป็นงานวิจัยที่น่าเชื่อถือที่สุด ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีงานวิจัยชนิดนี้มากขึ้น แต่ทั้งนี้งานวิจัยส่วนมากมีข้อบกพร่อง ดังนั้นการมีเล่มนี้ไว้ทำให้เราไม่ตกลงในหลุมพลางในการอ่านประเมินงานวิจัย

    Credit: https://bit.ly/3n8dQ4E

Many players weighing new gaming sites end up comparing welcome packages, live dealer lobbies, and withdrawal speeds before signing up, and platforms like Cazeus Online Casino often show up in those side-by-side reviews. A short check of licensing credentials, available payment methods, and the variety of slot providers tends to separate the better regulated brands from the rest of the pack, so it is worth scanning the footer details and the terms page rather than just the promo banner. For anyone interested in trying Cazeus Online Casino, reading recent player feedback and noting the minimum deposit and wagering requirements usually gives a clearer picture than the headline bonus number alone.
Wie je live tafels wilt verkennen zonder gedoe, dan kan een account met snelle verificatie en heldere stortingslimieten helpen; wie liever sport en slots combineert, vindt via stake casino een overzichtelijke Nederlandstalige omgeving die aan alle eisen voldoet.