TsisWorld

Day: December 27, 2021

  • จาะธุรกิจ ‘รับทำวิทยานิพนธ์’ : ช่องโหว่การศึกษา ปริญญาแกมโกง ?

    จาะธุรกิจ ‘รับทำวิทยานิพนธ์’ : ช่องโหว่การศึกษา ปริญญาแกมโกง ?

    พันธวัฒน์ เศรษฐวิไล  12 May 2017

    หากจุดประสงค์ของการศึกษา คือการเพิ่มพูนปัญญาความรู้ คนที่สมาทานตนเป็น ‘นักศึกษา’ ไม่ว่าในระดับใดก็แล้วแต่ ย่อมต้องขวนขวายร่ำเรียนเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ต่างๆ นานา เพื่อนำความรู้นั้นไปใช้ในการหาเลี้ยงชีพต่อไป

    ทว่าเมื่อโลกของการศึกษา ถูกนำมาหลอมรวมเข้ากับคำว่าธุรกิจ จุดประสงค์ดั้งเดิมของมันจึงเบี้ยวบิด และเปิดโอกาสให้คนกระทำการทุจริตเพื่อให้ได้มาซึ่ง ‘ผลการศึกษา’ (ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเกรด ใบปริญญา หรือคำนำหน้าทางวิชาการ) ที่สามารถนำไป ‘ใช้ประโยชน์’ ต่อได้

    หนึ่งในธุรกิจที่เฟื่องฟูก็คือธุรกิจ ‘รับทำวิทยานิพนธ์’ ซึ่งหลายคนคงเคยเห็น หรืออาจเคยใช้บริการกันมาบ้าง

    หลายคนมองว่านี่คือ ‘รอยด่าง’ ทางการศึกษา แต่บางคนกลับมองมันในฐานะของ ‘ตัวช่วย’ ที่น่าแปลกคือในหลายประเทศ ธุรกิจประเภทนี้กลับถูกกฎหมายซะด้วย!

    ทั้งนี้ คำถามที่น่าคิดก็คือ ธุรกิจที่ว่านี้ควรเป็นสิ่งที่ ‘ยอมรับได้’ หรือไม่ ?

    ในอเมริกา ธุรกิจรับจ้างเขียนบทความหรือทำวิจัยเพื่อการศึกษานั้นมีมานานนับศตวรรษแล้ว เริ่มจากเหตุการณ์สามัญในหอพักนักศึกษา ซึ่งมีการ ‘แชร์การบ้าน’ กันในหมู่นักศึกษาไฮสคูล ก่อนที่นักศึกษาบางกลุ่มจะมองเห็นลู่ทางว่าแทนที่จะปล่อยให้แชร์หรือลอกกันแบบฟรีๆ ก็หารายได้จากมันเสียเลย

    วิธีการที่นักศึกษากลุ่มนี้ใช้ ก็คือการรับจ้างเขียนงานแบบเอนกประสงค์ ตั้งแต่รายงานชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงงานวิจัยก่อนจบการศึกษา โดยมี ‘นักเขียนเงา’ หรือโกสต์ไรเตอร์เป็นบรรดารุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้ว

    ที่สำคัญคือทำกันแบบโจ่งแจ้งเสียด้วย โดยมีการติดประกาศไปทั่วตามสถานศึกษาต่างๆ ขณะที่นักศึกษาก็หันมาใช้บริการกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในช่วงยุค 1960s – 1970s ที่เกิดกระแสการต่อต้านการศึกษาในระบบ ด้วยเหตุที่ว่าวิชาการที่สั่งสอนกันในห้องเรียน รวมไปถึงรายงานต่างๆ ที่ต้องทำนั้น ไม่น่าสนใจเท่ากับการออกไปทำกิจกรรมตามใจชอบนอกห้องเรียน ส่งผลให้ธุรกิจรับจ้างเขียนงานยิ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และกลายเป็นธุรกิจที่แพร่หลายในเวลาต่อมา รู้จักกันในชื่อ ‘Essay Mill’ หรือโรงงานผลิตข้อเขียน

    ขั้นตอนการให้บริการก็แสนง่าย เพียงแค่เดินเข้าไปบอกว่าต้องการงานเขียนหัวข้ออะไร ความยาวเท่าไหร่ กำหนดเวลาที่ต้องส่ง พร้อมตกลงค่าใช้จ่าย ทีมงานคุณภาพก็พร้อม ‘เขียนงานตามสั่ง’ ให้ได้ทันที และนับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 90s เป็นต้นมา ธุรกิจนี้ก็เริ่มเข้าถึงผู้คนได้สะดวกและกว้างขวางขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์

    ทว่าในทางกลับกัน ก็ทำให้ถูกจับตาและเพ่งเล็งจากองค์กรด้านการศึกษา ว่าเข้าข่ายการกระทำที่ ‘ทุจริต’ หรือไม่

    แม้จะไม่มีบัญญัติไว้ในกฎหมาย แต่ในทางศีลธรรม นี่ย่อมไม่ใช่ธุรกิจที่ ‘สะอาด’ อย่างแน่นอน

    ทั้งนี้ เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้บรรดา ‘Essay Mill’ สามารถดำเนินการได้อย่างถูกกฎหมาย ก็คือการกำหนดเงื่อนไขว่าลิขสิทธิ์ในงานเขียนทั้งหมดนั้นเป็นของบริษัท ส่วนลูกค้าที่เป็นคนจ้าง จะมีกรรมสิทธิ์ในตัวงานแบบจำกัดเท่านั้น และไม่สามารถนำไปตัดต่อหรือเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต

    อย่างไรก็ดี ในหลายๆ รัฐมีความพยายามที่จะตั้งกฎหมายของตัวเองขึ้นมาเพื่อจัดการกับปัญหานี้ เพราะพวกเขามองว่านี่คือการฉ้อฉลทางวิชาการ (academic fraud) ทว่าเหล่าบริษัททั้งหลายก็ยังคงหาทางหนีทีไล่กันได้แบบไม่จนมุม

    หนึ่งในบริษัทที่ถูกกล่าวหา ถึงกับขึ้นประกาศตอบโต้บนเว็บไซต์ว่า “บริการของเราก็เหมือนกับการเข้าห้องสมุด เราเพียงแต่ทำหน้าที่บรรณารักษ์ ผู้หยิบยื่นวัตถุดิบอะไรก็ตามที่จะทำให้คุณได้เกรดที่ดี และทำหน้าที่จัดการงานของคุณให้ลุล่วง ตามที่คุณได้วางแนวทางไว้”

    จนถึงทุกวันนี้ การถกเถียงถึงความชอบธรรมของธุรกิจนี้ ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด โดยฝ่ายที่สนับสนุนนั้นมองว่าธุรกิจนี้จริงๆ แล้วก็เป็นเหมือนไกด์นำทาง บ้างก็บอกว่าเป็นเหมือนคนตรวจภาษา โดยเฉพาะนักศึกษาที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ที่มักจะใช้บริการบริษัทเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการ ‘ขัดเกลาภาษา’ ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ส่วนฝั่งที่ไม่เห็นด้วยนั้น มองว่านี่เป็น ‘การลอกเลียนวรรณกรรม’ (Plagiarism) รูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวบ่อนทำลายแวดวงการศึกษา

    นอกจากอเมริกา หลายประเทศก็มีธุรกิจที่ว่านี้ที่สามารถเปิดให้บริการอย่างถูกกฎหมายเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะดำเนินการในรูปแบบที่แนบเนียน ด้วยเงื่อนไขและคำอธิบายที่แตกต่างกันไป

    สำหรับประเทศไทยเราก็มีบริษัทหรือคนที่รับงานประเภทนี้เช่นกัน แต่อาจไม่โจ่งแจ้งหรือแพร่หลายอย่างในอเมริกา

    ยิ่งในช่วงหลายปีมานี้ มีข่าวคนดังในแวดวงวิชาการหลายคน ถูกขุดค้นประวัติการทุจริตทางการศึกษา นำผลงานของคนอื่นมาดัดแปลง ลอกเลียน ชนิดที่เรียกว่า ‘เหมือน’ จะน่าตกใจ ส่งผลให้ถูกลงโทษ ถอดถอนปริญญา ยิ่งกว่านั้นคือการเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้การรับจ้างเขียนงานในลักษณะนี้มีความเสี่ยงมากขึ้น

    อย่างไรก็ดี จากการสืบเสาะข้อมูลเกี่ยวกับคนที่เคยทำและเคยใช้บริการประเภทนี้ เราพบว่ามีรายละเอียดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

    เริ่มจาก ‘ประเภท’ ของงาน งานส่วนใหญ่ที่บริษัทหรือผู้รับทำวิทยานิพนธ์ทำนั้น จะเน้นไปที่งาน ‘ภาษาอังกฤษ’ ของนักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก โดยเหตุผลหลักๆ ก็มาจากการที่ลูกค้า หรือนักศึกษาที่มาจ้างนั้น ไม่มีความเชี่ยวชาญในการเขียนภาษาอังกฤษให้ถูกหลักวิชาการ

    พูดง่ายๆ ว่า ถ้าอยาก ‘ผ่าน’ ก็ต้องจ้างให้คนช่วย ตั้งแต่การเขียนเป็นภาษาไทยแล้วเอามาให้ช่วยแปล ไปจนถึงช่วยเขียน และบางครั้งก็ต้องมีการ ‘ติว’ เพื่อให้สามารถนำเสนอและตอบคำถามอาจารย์ได้อย่างราบรื่น

    ค่าใช้จ่ายนั้นเริ่มตั้งแต่หลักหมื่นต้นๆ ไปจนถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับความยากง่าย และรายละเอียดของงาน ส่วนกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการกันเยอะ (และแทบจะเป็นเรื่องปกติ) คือกลุ่มของนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนที่มีฐานะดี และใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนเป็นหลัก

    นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ถึงกับระบายความในใจลงในบล็อคส่วนตัวว่าเพื่อนๆ ในมหาลัยจำนวนไม่น้อย มองว่านี่เป็นเรื่องปกติที่ ‘ใครๆ ก็ทำกัน’ ส่วนคนที่ไม่ทำ หลายครั้งก็มักถูกเหน็บแนมทำนองว่า ‘ไม่ไฮโซ’ เสียอย่างนั้น…

    อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือการนำเสนอจุดขายของบริษัทต่างๆ ซึ่งมักการันตีความเสี่ยงว่าจะไม่โดนจับ ไม่ว่าเป็นการช่วยติวเข้มก่อนนำเสนอ การใช้โปรแกรมตรวจสอบคำซ้ำ หรือกระทั่งการย้ำว่าเป็นงานที่เขียนใหม่ทั้งหมด

    บริษัทหนึ่งที่รับทำเฉพาะงานวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก มีการรับประกันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีเนื้อหาที่ลอกเลียนแบบ หรือ ‘Plagiarised content’ 100% เพราะงานจะได้รับการสแกนโดย ‘Turn it in’ โปรแกรมที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกใช้ในการตรวจหาข้อความซ้ำในวิทยานิพนธ์และงานวิจัยต่างๆ

    ในขณะที่การตรวจสอบการลอกเลียนวิทยานิพนธ์ ยังปรากฏให้เห็นอยู่เป็นระยะ และถูกมองในฐานะของการกระทำความผิดเชิงวิชาการ

    แต่กับการตรวจสอบ ‘การรับทำวิทยานิพนธ์’ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่คนในแวดวงการศึกษาไทยยังไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ซึ่งถ้ามองในแง่ของผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา หรือกระทั่งใบปริญญา ที่คนๆ นั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือ ‘อ้างเครดิต’ ในหน้าที่การงานได้ ผลเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นย่อมไม่ต่างกัน

    และอาจร้ายแรงยิ่งขึ้น–หากคนเหล่านั้นได้เข้ามามีบทบาทเป็นผู้บริหารองค์กรใหญ่ๆ หรือทำหน้าที่สำคัญในระดับประเทศ

    อ่านเพิ่มเติม

    – บทความ ‘Cheating Goes Global as Essay Mills Multiply’ ของ Thomas Bartlett จาก The Chronicle of Higher Education, March 20, 2009

    – บทความ ‘Essay mills — a coarse lesson on cheating’ ของ Dan Ariely จาก Los Angeles Times, June 17, 2012

  • 5 ทักษะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานวิจัย

    5 ทักษะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานวิจัย

    บทความนี้เราจะพาคุณพบกับ 5 ทักษะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานวิจัยและที่สำคัญ ทักษะเหล่านี้ยังสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานอื่นๆ ของคุณได้เป็นอย่างดี

    1. การอ่านช่วยสร้างสมาธิด้วย

    การอ่านนอกจากจะทำให้เราได้รับความรู้เพิ่มขึ้นแล้ว จะช่วยพัฒนาสมาธิได้ดี ทำให้สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งต่างๆ ตรงหน้าได้นาน สิ่งที่เป็นที่ตามมาจะทำให้เป็นคนช่างสังเกต ใส่ใจรายละเอียด และสามารถจับประเด็นจากเรื่องที่อ่านได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถเชื่อมโยงประเด็นและเกาะติดกับประเด็นนั้นได้

    *ทริคง่ายๆ ที่จะทำให้คุณอ่านและจับประเด็นได้ง่าย คือ เขียนสรุปประเด็นที่อ่านใส่โน้ตย่อไว้ จะเป็นการเตือนความจำ เมื่อคุณต้องการที่จะใช้ความรู้ที่ได้จากประเด็นเหล่านั้นได้ง่าย

    2. รับฟังเพื่อกลั่นกรองข้อมูล 

    นอกจากการอ่านแล้ว การฟังเป็นทักษะที่ควรพัฒนา เพราะการฟังจะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่าจากการสนทนาและการฟัง ทักษะการฟังที่ดี คือ ไม่ด่วนตัดสินตีความไปก่อนจนหว่าจะฟังจบ ไม่เอาความคิดเห็นตนเป็นที่ตั้งว่าสิ่งนั้นถูกหรือผิด คุณควรจะรับฟังเพื่อข้อมูลก่อนและค่อยๆ คิดวิเคราะห์ตาม

    3. คิดต่าง มองต่าง

    “การพัฒนาทักษะในการคิด โดยการตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ จะทำให้คุณมองเห็นมุมมองในด้านต่างๆ  ผลักดันให้อยากรู้ อยากทดลอง จนเกิดความรู้ใหม่ๆ ให้แก่ตนเอง”

    สำหรับการเขียนทุกประเภททักษะการคิด จะช่วยให้งานของคุณถ่ายทอดผลงานที่มีความแตกต่าง ไม่ซ้ำใคร เพราะการที่คุณมีความคิดที่เป็นระบบ มีจินตนาการ และคิดนอกกรอบ สำหรับการทำงานวิจัยจะช่วยทำให้คุณสามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ล่วงหน้าได้ และมองเห็นปัญหาได้ชัดเจนขึ้น สามารถเขียนเรียบเรียงงาน ถ่ายทอดผลงานออกมาได้อย่างเป็นระเบียบ และเป็นขั้นตอน

    4. พูดให้เป็น โดยการแบ่งปัน…

    “การพูด คือ ตัวกลางในการสื่อสารได้ดีที่สุด ในการทำงานวิจัยหากคุณพูดเป็น คุณไม่เพียงจะได้ทั้งคำตอบที่อยากรู้ คุณยังสามารถถ่ายทอดความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วย”

    เชื่อว่าหลายๆ คนคงสงสัยว่าการพูด จะช่วยพัฒนาการเขียนได้อย่างไร เราอยากจะบอกว่าทักษะในการพูดเป็นหัวใจหลักที่จะทำให้เราเขียนเรียบเรียงถ่ายทอดงานได้เป็นอย่างดี

    *ทริคง่ายๆ หากคุณไม่รู้ว่าจะถ่ายทอดข้อมูลอย่างไร เราแนะนำให้คุณพูดใส่เครื่องบันทึกเสียง หรือโปรแกรมที่การพิมพ์ด้วยการเสียง แล้วปรับภาษาพูดให้เป็นภาษาเขียน มันจะทำให้งานคุณสามารถสื่อสารออกมาได้ง่ายขึ้น และการทำงานก็จะสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น

    5. ฝึกอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นวินัย

    ในข้อสุดท้ายหากอยากพัฒนาทักษะการทำงานวิจัยให้ดี คุณจะต้องมีวินัย เพราะจาก 4 ทักษะข้างต้นที่กล่าวมาจะไม่เกิดผลเลยถ้าคุณขาดวินัยในการฝึกฝน ฉะนั้นคุณควรที่จะฝึกอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ทำซ้ำๆ ในเวลาเดิมๆ จึงกลายเป็นวินัยขึ้นมา

    และนี่คือ 5 ทักษะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานวิจัย เชื่อว่าถ้าคุณไปพัฒนาและฝึกจนเป็นนิสัย การวิจัยของคุณจะต้องออกมามีประสิทธิภาพสูงสุดแน่นอน และการทำวิจัยจะดูเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นสำหรับคุณค่ะ แต่หากคุณมีจุดไหนที่สงสัยหรือมีปัญหาที่ยังติดอยู่เกี่ยวกับการทำวิจัย สามารถติดต่อสอบถามกับเรา Researcher Thailand ได้เลยนะคะ 😊

    Credit: https://bit.ly/3J6U6rN

    #เรียนวิจัย #รับติวสอบ #รับปรึกษางานวิจัย #ทำdissertation #ทำthesis #ทำวิทยานิพนธ์ #ทำวิทยานิพนธ์ปตรี #ทำวิทยานิพนธ์ปโท #ทำวิทยานิพนธ์ปเอก #สอนโปรแกรมSPSS #รับทำงานวิจัย #ที่ปรึกษางานวิจัย #รับทำดุษฎีนิพนธ์ #รับติววิทยานิพนธ์ #รับติวธีสิส #รับติวสารนิพนธ์ #รับติววิจัย #รับติวงานวิจัย #รับสอนวิทยานิพนธ์ #รับสอนธีสิส #รับสอนสารนิพนธ์ #รับสอนวิจัย #รับสอนงานวิจัย #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ #รับปรึกษาธีสิส #รับปรึกษาสารนิพนธ์ #รับปรึกษาวิจัย #รับปรึกษางานวิจัย #รับติววิทยานิพนธ์ปตรี #รับติววิทยานิพนธ์ปโท #รับติววิทยานิพนธ์ปเอก #รับสอนวิทยานิพนธ์ปตรี #รับสอนวิทยานิพนธ์ปโท #รับสอนวิทยานิพนธ์ปเอก #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปตรี #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปโท #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปเอก #สอนทำวิจัย ##รับสอนดุษฎีนิพนธ์ #รับติวดุษฎีนิพนธ์ #รับปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ #ปรึกษาวิทยานิพนธ์ #ปรึกษาวิจัย #ปรึกษางานวิจัย #ทำวิจัยปโท #phdthesis #หัวข้อวิทยานิพนธ์ #รับทำdissertation #บริษัทรับทำวิจัย #รับเขียนบทความวิชาการ #thesiswriter #spssราคา #ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ #ทำวิจัยพยาบาล #รับปรึกษาวิจัย #ราคารับทำงานวิจัย

  • 10 เทรนด์ของโลกที่น่าจับตามองในปี 2022

    10 เทรนด์ของโลกที่น่าจับตามองในปี 2022

    อย่างที่รู้กันว่า.. ปี ค.ศ.2021 นี้ เป็นปีที่ทั่วโลกต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อก้าวผ่านวิกฤตโรคระบาด ในปี ค.ศ.2022 ที่กำลังจะถึง โลกก็จะยังต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นผลจากวิกฤตในปีนี้ อย่างเช่นวิถีการทำงานและการท่องเที่ยวแบบใหม่ ไปจนถึงเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นและอาจทำให้เจอกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน อย่างการผงาดขึ้นของจีนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างรวดเร็ว ดังนั้นในบทความนี้ เราได้รวบรวม 10 เทรนด์ของโลกที่น่าจับตามองในปี 2022

    1. ประชาธิปไตย vs เผด็จการ (Democracy vs Autocracy)

    ปีหน้าจะมีการเลือกตั้งมิดเทอมของอเมริกา และการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เราน่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญจากสองระบอบการเมืองจากสองขั้วมหาอำนาจของโลก ฝ่ายไหนจะสร้างความมั่นคง การเติบโต และนวัตกรรมได้มากกว่ากัน? ทั้งในด้านการค้าขาย การกำกับดูแลด้านเทคโนโลยี การพัฒนาวัคซีน ไปจนถึงเรื่องของสถานีอวกาศ

    2. โรคระบาดใหญ่ที่กลายเป็นโรคประจำถิ่น (Pandemic to Endemic)

    ในปีหน้า เราจะได้พบกับยาต้านไวรัสชนิดใหม่ การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันที่พัฒนาขึ้น และวัคซีนอื่นๆ ที่กำลังพัฒนาตามมา สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนในประเทศที่พัฒนาแล้ว ไวรัสจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตอีกต่อไป แต่มันจะยังคงก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงในประเทศกำลังพัฒนา เว้นแต่จะสามารถเพิ่มวัคซีนได้ และ COVID-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นอีกโรคหนึ่งที่สร้างความทุกข์แก่คนจน แต่ไม่ใช่คนรวย

    3. เงินเฟ้อ ราคาของขึ้น (Inflation)

    การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ราคาของทุกอย่างสูงขึ้นตามไปด้วย แม้ธนาคารกลางจะบอกว่าเป็นเรื่องชั่วคราว แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อแบบนั้น มีการคาดเดาว่าสหราชอาณาจักรมีความเสี่ยงเป็นพิเศษที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจซบเซา เนื่องจากการขาดแคลนแรงงานหลัง Brexit และการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติที่มีราคาแพง

    4. อนาคตรูปแบบการทำงาน ทั้ง Hybrid Work และนโยบายต่างๆ (Future of Work)

    หลายคนเห็นตรงกันว่า การทำงานในอนาคตจะเป็นรูปแบบไฮบริด และผู้คนจะทำงานจากที่บ้านมากขึ้น แต่ก็ยังมีประเด็นถกเถียงกันในรายละเอียดหลายอย่าง เช่นควรทำงานกี่วัน วันไหนบ้าง มันจะยุติธรรมทั้งกับพนักงานและธุรกิจหรือไม่ รวมถึงเรื่องของข้อตกลงด้านภาษี วิธีการวัดและประเมินพนักงานที่ทำงานจากทางไกลด้วย

    5. การโต้กลับของกระแสความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (New Techlash)

    หน่วยงานกำกับดูแลในอเมริกาและยุโรปพยายามที่จะควบคุมยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าอย่างชัดเจนเท่าไหร่นัก ขณะที่ตอนนี้จีนกลับลงมือจัดการกับบริษัทเทคโนโลยีในประเทศด้วยการปราบปรามอย่างเด็ดขาด พร้อมกันนั้น ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ก็ต้องการผลักให้ทิศทางด้านเทคโนโลยีของประเทศ มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการสร้างความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ไม่ใช่ด้านการพัฒนาเกมและช็อปปิ้งออนไลน์ แต่ก็ยังเป็นที่สงสัยว่ากลยุทธ์นี้จะส่งเสริมนวัตกรรมหรือยับยั้งพลวัตของอุตสาหกรรมจีนกันแน่

    6. คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)

    Cryptocurrency กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะเดียวกันก็จะถูกควบคุมโดยหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ บรรดาธนาคารเองก็กำลังพยายามที่จะเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลของตนเองเพื่อรวมศูนย์อีกครั้ง ดังนั้นเราน่าจะได้เห็นการแข่งขันอย่างเข้มข้นขึ้นจาก 3 ฝ่ายหลักสำหรับอนาคตในวงการการเงิน นั่นก็คือกลุ่ม crypto-blockchain-DeFi บริษัทเทคโนโลยีเดิมๆ ที่พยายามจะเข้าสู่วงการ และบรรดาธนาคารกลาง

    7. ปัญหาสภาพอากาศที่รุนแรง (Climate Crunch)

    แม้ว่าไฟป่า คลื่นความร้อน และภัยน้ำท่วมจะเกิดบ่อยขึ้นในหลายๆ ที่ทั่วโลก แต่ยังขาดความเร่งด่วนอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดถึงนโยบายสำหรับการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยิ่งไปกว่านั้น การลดการปล่อยคาร์บอนยังต้องการความร่วมมือระหว่างชาติตะวันตกและจีน ซึ่งดูจะเป็นไปได้ยากท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ปัญหาสภาพอากาศจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

    8. ปัญหาธุรกิจท่องเที่ยว (Travel Trouble)

    เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวเมื่อผู้คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตอีกครั้ง แต่บางประเทศที่ยังยึดนโยบายการลดตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ให้เหลือศูนย์ อย่างเช่นออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ อาจต้องเผชิญกับความยากลำบากในการจัดการการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกที่ไวรัสชนิดนี้กลายเป็นโรคประจำถิ่น ในขณะเดียวกัน ครึ่งหนึ่งของการเดินทางเพื่อธุรกิจก็หายไปอย่างถาวร นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับโลก แต่ไม่ดีสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

    9. การแข่งขันของธุรกิจเกี่ยวกับอวกาศ (Space)

    ปี ค.ศ.2022 นี้จะเป็นปีแรกที่มีผู้คนจ่ายเงินให้กับบริษัทท่องเที่ยวอวกาศเพื่อเดินทางไปอวกาศมากขึ้น ทำให้มีการแข่งขันระหว่างบริษัทเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนจีนก็กำลังจะสร้างสถานีอวกาศใหม่เสร็จ ในขณะที่ผู้ผลิตภาพยนตร์กำลังแข่งขันกันสร้างภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับอวกาศเช่นกัน นาซ่าเองก็กำลังมีภารกิจพุ่งชนกลุ่มดาวเคราะห์น้อยเหมือนพล็อตภาพยนตร์ฮอลลีวูดยังไงยังงั้น

    10. การเมืองในโลกฟุตบอล (Political Football)

    โอลิมปิกฤดูหนาวที่กรุงปักกิ่งและฟุตบอลโลกในกาตาร์ น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจให้ชาวโลกได้ว่า กีฬาอาจจะนำโลกมารวมกันได้อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ก็อาจจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันทางการเมืองก็ได้เมื่อเกมจบลง เป็นไปได้ว่าอาจมีการประท้วงที่มุ่งเป้าไปที่ทั้งสองประเทศเจ้าภาพ

    และนี่คือ 10 เทรนด์ของโลกที่น่าจับตามองในปี 2022  หวังจะเพื่อนๆจะจับทางของเทรนด์และปรับตัวให้ทันหรือนำเทรนด์เพื่อต่อยอดสิ่งที่กำลังทำอยู่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกนะคะ เช่น นำเทรนด์เหล่านี้มาเป็นหัวข้อเขียนงานการวิจัยที่น่าสนใจเพื่อให้ผลประโยชน์จากผลลัพธ์การวิจัยต่อไปค่ะ

    Credit: https://bit.ly/3oVtxO3

    #เรียนวิจัย #รับติวสอบ #รับปรึกษางานวิจัย #ทำdissertation #ทำthesis #ทำวิทยานิพนธ์ #ทำวิทยานิพนธ์ปตรี #ทำวิทยานิพนธ์ปโท #ทำวิทยานิพนธ์ปเอก #สอนโปรแกรมSPSS #รับทำงานวิจัย #ที่ปรึกษางานวิจัย #รับทำดุษฎีนิพนธ์ #รับติววิทยานิพนธ์ #รับติวธีสิส #รับติวสารนิพนธ์ #รับติววิจัย #รับติวงานวิจัย #รับสอนวิทยานิพนธ์ #รับสอนธีสิส #รับสอนสารนิพนธ์ #รับสอนวิจัย #รับสอนงานวิจัย #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ #รับปรึกษาธีสิส #รับปรึกษาสารนิพนธ์ #รับปรึกษาวิจัย #รับปรึกษางานวิจัย #รับติววิทยานิพนธ์ปตรี #รับติววิทยานิพนธ์ปโท #รับติววิทยานิพนธ์ปเอก #รับสอนวิทยานิพนธ์ปตรี #รับสอนวิทยานิพนธ์ปโท #รับสอนวิทยานิพนธ์ปเอก #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปตรี #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปโท #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปเอก #สอนทำวิจัย ##รับสอนดุษฎีนิพนธ์ #รับติวดุษฎีนิพนธ์ #รับปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ #ปรึกษาวิทยานิพนธ์ #ปรึกษาวิจัย #ปรึกษางานวิจัย #ทำวิจัยปโท #phdthesis #หัวข้อวิทยานิพนธ์ #รับทำdissertation #บริษัทรับทำวิจัย #รับเขียนบทความวิชาการ #thesiswriter #spssราคา #ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ #ทำวิจัยพยาบาล #รับปรึกษาวิจัย #ราคารับทำงานวิจัย

  • 4 เทคนิคคิดหัวข้อ IS ตั้งยังไงให้ผ่านฉลุย

    4 เทคนิคคิดหัวข้อ IS ตั้งยังไงให้ผ่านฉลุย

    ในระดับการศึกษาปริญญาโทนอกจาการทำวิทยานิพนธ์ (Thesis) สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จะต้องจัดทำ คือ การค้นคว้าอิสระ หรือการทำ is (independent study) ซึ่งบทความนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคการตั้งหัวข้อ is อย่างไรถึงผ่านง่าย เป็นขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง พบกับ 4 เทคนิคคิดหัวข้อ is ตั้งยังไงให้ผ่านฉลุย

    เทคนิคที่ 1 คิดหัวข้อจากปัญหาและความสงสัยในเรื่องที่ตนเองสนใจ

    การตั้งหัวข้อ is เริ่มจากปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมรอบตัว หรือมีสิ่งที่คุณสงสัยต้องการหาคำตอบของเรื่องนั้นๆ โดยเริ่มต้นจากตัวของผู้ที่จะทำนั่นเอง หัวข้อที่ดีต้องไม่ซ้ำกับเรื่องที่มีผู้ทำก่อนนี้แล้ว เนื่องจากจะไม่สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาของตนเองที่ต้องการรู้ได้

    เทคนิคที่ 2 ชื่อเรื่องที่แปลกใหม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

    หัวข้อที่มีความแปลกใหม่และแตกต่างจากเรื่องที่เคยมีผู้ทำมาแล้ว มีโอกาสที่จะทำให้การเสนอหัวข้อ is ต่ออาจารย์ที่ปรึกษาผ่านการขออนุมัติได้ง่ายขึ้น เพราะการตั้งหัวข้อแบบเดิมๆ ที่มีคนทำมาแล้วไม่สามารถดึงดูดความสนใจและเห็นความแตกต่างจึงทำให้มีโอกาสผ่านการอนุมัติได้ยาก

    เทคนิคที่ 3 หัวข้อเรื่องต้องมีความชัดเจนว่าต้องการค้นคว้าอะไร

    หัวข้อการทำ is จะต้องกำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องการค้นคว้าให้ชัดเจน เช่น ศึกษาอะไร มีกลุ่มประชากร กลุ่มตัวอย่างเท่าไหร่ ทำที่ไหน อย่างไร ระเบียบวิธีการศึกษาค้นคว้ามีว่าอย่างไรบ้าง

    เพราะชื่อหัวข้อเปรียบเสมือนแนวทางที่กำหนดแผนการในการทำงานที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น เพราะหากไม่มีแนวทางที่ดีและชัดเจน ในการลงมือปฏิบัติจริงจะทำให้เกิดความสับสน ทำงานซ้ำซ้อนไปมา ทำให้เสียเวลาไปโดยใช่เหตุ ยิ่งกว่านั้นอาจจะต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ทำให้งบประมาณที่ใช้เกินความจำเป็น และระยะเวลาในการทำ is ล้าช้าตาม

    เทคนิคที่ 4 เป็นหัวข้อเรื่องที่มีประโยชน์ และสร้างคุณค่า

    การตั้งหัวข้อการทำ is นอกจากเป็นเรื่องที่ทำเพื่อให้จบการศึกษาตามหลักสูตรแล้ว สิ่งที่บ่งบอกว่างานศึกษาค้นคว้านั้น เป็นเรื่องที่ทำแล้วไม่สูญเปล่า คือ เป็นเรื่องที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม และประเทศชาติ สามารถนำมาช่วยแก้ปัญหาสังคมให้ดีขึ้น

    และนี่คือ 4 เทคนิคคิดหัวข้อ is ตั้งยังไงให้ผ่านฉลุย หวังว่าเพื่อนจะสามารถนำไปปรับใช้ให้ตัวเองทำ is ของตัวเองง่ายขึ้นและผ่านฉลุยนะคะ หากติดปัญหาใดๆเกี่ยวกับงานวิจัยสามารถปรึกษาเรา Researcher Thailand ได้เลยค่ะ

    Credit:

    https://bit.ly/3ymE9Zz
Many players weighing new gaming sites end up comparing welcome packages, live dealer lobbies, and withdrawal speeds before signing up, and platforms like Cazeus Online Casino often show up in those side-by-side reviews. A short check of licensing credentials, available payment methods, and the variety of slot providers tends to separate the better regulated brands from the rest of the pack, so it is worth scanning the footer details and the terms page rather than just the promo banner. For anyone interested in trying Cazeus Online Casino, reading recent player feedback and noting the minimum deposit and wagering requirements usually gives a clearer picture than the headline bonus number alone.
Wie je live tafels wilt verkennen zonder gedoe, dan kan een account met snelle verificatie en heldere stortingslimieten helpen; wie liever sport en slots combineert, vindt via stake casino een overzichtelijke Nederlandstalige omgeving die aan alle eisen voldoet.