เราก่อตั้งโดยกลุ่มอาจารย์ที่จบการศึกษาระดับปริญาเอก และรู้จักคุ้นเคยกันในแวดวงนักวิจัย ในสาขาต่างๆ เพื่อเป็นที่ปรึกษา รับทำวิทยานิพนธ์ และสนับสนุนนักศึกษาทุกระดับในการ รับทำวิจัย ทำสารนิพนธ์ ทำการค้นคว้าอิสระ หรือ รับทำ IS รวมถึงการ รับจ้างทำวิทยานิพนธ์ และรับทำดุษฏีนิพนธ์ โดยให้บริการอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม คณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ทุกสาขาวิชา และให้บริการ รับทำวิจัย รับทำIS รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำดุษฏีนิพนธ์ รับสร้างเครื่องมือ รับทำบทความ รับลงข้อมูลแบบสอบถาม รับทำ spss amos lisrel ฯลฯ รับแปลภาษาอังกฤษ จีน ไทย รับหาอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม ผู้เชี่ยวชาญ กรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิ
Day: August 20, 2021
-

รับทำวิทยานิพนธ์ รับทําสารนิพนธ์ รับทำ IS ,Thesis and Dissertation
รับปรึกษาและรับทำวิทยานิพนธ์ รับทําสารนิพนธ์ รับทำ IS โดยดูแลงานวิจัยแบบผู้ช่วยวิจัย หาข้อมูลตามแหล่งข้อมูลต่างๆ ทั้งงานวิจัยภายในประเทศและต่างประเทศ ดูแลตั้งแต่การเสนอโครงเรื่อง ศึกษาวางแผนการกระบวนการทำวิทยานิพนธ์ ตามรูปแบบงานของรับทำงานวิจัยมหาวิทยาลัยไทยและต่างประเทศ รับทำ Thesis และรับทํา Dissertation เพื่อให้สอดคล้องกับการ รับทํางานวิจัยในการช่วยเหลือดูแลคนไทยในต่างประเทศในด้านการสนับสนุนข้อมูลรับทำวิทยานิพนธ์ที่มีประโยชน์ในงานวิจัยอย่างแท้จริง
รับประมวลผลด้านสถิติ รับทำ SPSS รับประมวลผล SPSS และรับวิเคราะห์ SPSS รวมถึงโปรแกรมวิเคราะห์ทางสถิติอื่นๆ เช่น Minitab,Eview ,Lisrel เป็นต้น รับปรึกษาตั้งแต่การสำรวจข้อมูลแบบสอบถาม กรอกข้อมูลงานวิจัย หรือการออกแบบสัมภาษณ์ ทั้งงานวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ รับสัมภาษณ์ Interview หรือ สำรวจภาคสนาม Research survey ตามบริษัท ห้างร้าน หรืองานนักศึกษาตามที่ต้องการ โดยดูแลงานวิจัยตั้งแต่รับเอกสาร ตรวจแก้ไขการคีย์ข้อมูลให้ถูกหลักทางสถิติ
รับทำแผนธุรกิจ รับทําแผนการตลาด รับเขียนแผนธุรกิจได้ทั้งภาคอุตสาหกรรมและการบริการ (รับเขียน Business plan & รับเขียน Marketing plan รับวางแผนงบการเงิน รับทำงานวิจัย วิเคราะห์ระบบบัญชี การหาจุดคุ้มทุน วิเคราะห์ความเสี่ยงในการลงทุน (Risk Management) ศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน หา TOR ที่เหมาะสมในการดำเนินกิจการ รวมทั้ง รับทำงานวิจัยให้เอกชนในการประเมินโครงการภาคสังหาริมทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง
รับทำวิทยานิพนธ์รับคีย์ข้อมูล, รับจ้างทำรายงาน, รับจ้างทำวิทยานิพนธ์, รับทำ Assignement, รับทำ IS, รับทำ SPSS, รับทำการบ้าน, รับทำค้นคว้าอิสระ, รับทำปัญหาพิเศษ, รับทำภาคนิพนธ์, รับทำรายงาน, รับทำวิจัย, รับทำวิทยานิพนธ์, รับทำแบบสอบถาม, รับทำแผนการตลาด, รับทำแผนธุรกิจ, รับทําสารนิพนธ์, รับประมวลผล SPSS, รับปรึกษาวิทยานพนธ์, รับวิจัย, รับวิเคราะห์ SPSS, รับสำรวจตลาด, รับเขียนบทความ, รับเขียนแผนการตลาด, รับเขียนแผนธุรกิจ, รับแต่ง essay, วิจัยตลาด
-

รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําสารนิพนธ์ รับทําวิจัย รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำ is ราคาถูก คุณภาพสูง
ศูนย์บริการให้คำปรึกษา รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำ is รับทำงานวิจัย รับทำรายงาน การบ้าน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รับทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก คุณภาพสูง รับทําวิจัย ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ รับปรึษาวิทยานิพนธ์ รับปรึกษางานวิจัย ทางเรามีบริการ รับจ้างทำวิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ ตามสาขาดังนี้
รับทำวิทยานิพนธ์ นิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ การตลาด
รับทําวิทยานิพนธ์ การโรงแรมและการท่องเที่ยว บัญชี การเงิน วิศวกรรม การจัดการ กฏหมาย เป็นต้น
ประสบการณ์กว่า 10 ปี ทีมงานวิจัยกว่า 10 ท่าน มีความเชี่ยวชาญแต่ละสาขา รับทำวิทยานิพนธ์ ภาษาอังกฤษและภาษาไทย รับทั้งงานในประเทศและต่างประเทศ
รับทําวิทยานิพนธ์ ราคาเท่าไร (ราคามาตรฐาน ราคาไม่แพง ราคาถูก )
รับทำวิทยานิพนธ์ เชื่อถือได้ไหม (ซื่อสัตย์ รับผิดชอบงาน )
รับทําวิทยานิพนธ์ มีประสบการณ์ไหม (งานวิจัย ไทยและอังกฤษ กว่า 100 เรื่อง ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน รวมถึง งานวิจัยไทยและต่างประเทศ
รับทำวิทยานิพนธ์ คุณภาพงานเป็นอย่างไร (คุณภาพที่แตกต่าง มาตรฐานการบริการที่ลูกค้าบอกกันต่อ)
ที่นี้ที่เดียวตอบโจทย์คำถามได้ทุกเรื่อง -

รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำวิจัย
รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำวิจัย
- รับทำวิทยานิพนธ์ ทุกประเภท
- รับจ้างทำวิจัย ทุกระดับชั้น ทุกประเภท
- รับทำสารนิพนธ์
- รับทำ IS
- รับค้นคว้าหาข้อมูล ทุกประเภท
- รับทำthesis
- รับทำดุษฎีนิพนธ์
- รับทำบทความวิชาการ/บทความวิจัย
- รับทำผลงานวิชาการ
เรารับทำ / ปรึกษา สำหรับทั้งเล่ม หรือเฉพาะบางบท เราก็รับค่ะ
รับปรึกษา รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำthesis รับทำis ทั้งเชิงปริมาณ และ เชิงคุณภาพ ในสาขา บริหารธุรกิจ ศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์ ฯลฯ เรายังให้คำแนะนำ ในการตรวจแก้ไข เนื้อหางานวิจัยให้ถูกหลักวิชาการ รับวิเคราะห์ข้อมูลงาน แปลผลข้อมูล รับออกแบบ แบบสอบถาม และรับทำรายงานทุกประเภท
** รับรองผล แก้ไขฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม จนกว่างานจะเสร็จสมบูรณ์ค่ะ
รับคีย์ข้อมูล รับคีย์แบบสอบถาม
- รับคีย์ข้อมูล
- รับคีย์แบบสอบถาม
- รับแจกแบบสอบถาม
รับวิเคราะห์ข้อมูล SPSS ประมวลผลข้อมูล แปลผลข้อมูล
รับค้นคว้า หาข้อมูล
ติดต่อเข้ามาได้ตลอดเลยนะคะ
-

รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ วิเคราะห์ผลโปรแกรม spss
รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ วิเคราะห์ผลโปรแกรม spss
ลักษณะงานที่รับทำ
1.รับทํางานวิจัยทุกประเภท วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือวิเคราะห์สถิติด้วยโปรแกรม SPSS- รับทำวิจัยเพื่อปรับตำแหน่งงาน ผลงาน หรือเพื่อปรับขั้นเงินเดือน
- รับงานเขียนแผนงาน เสนอโครงเรื่อง (Research proposal)รับทำงานวิจัยอิสระ (Independent study or IS) รับทำรายงาน (Report & Assignment) รับคีย์ข้อมูล (Raw data) รับลงข้อมูล (Data collection) เชิงปริมาณ โดยแบบสอบถาม (Questionnaire) หรือเชิงคุณภาพโดยทำบทสัมภาษณ์เพื่อข้อมูลเชิงลึก (in-depth interview)
- สามารถรับงานทั้งโครงการ ตลอดเล่ม หรือเพียงบางส่วน บางบทได้ คิดราคาตามปริมาณงาน
- รับวิเคราะห์สถิติ ค่าเฉลี่ย,.S.D. ,t-test , Paired t-test,F-test , ไคว์สแคว , factor , correlation ,regressions ANOVA, MANOVA การหาค่าความเชื่อมั่น reliability วิเคราะห์ Nonparametrics (สถิติไม่อิงพารามิเตอร์) ทุกประเภท เช่น Run-test, Wilcoxon, Mann-Whitney, Kruskal Wallis เป็นต้น
สาขาที่รับทำวิจัย
1.สายการแพทย์ การพยาบาล สาธารณสุข
2.สายวิทยาศาสตร์ งานวิจัยเชิงปริมาณ วิเคราะห์ด้วยสถิติต่าง ๆ - สายสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ เช่น งานวิจัยเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์สรุปความ
ประสบการณ์ทำงาน
ผู้สอนมีประสบการณ์การทำงานทั้งงานราชการ และเอกชน งานสายการแพทย์ รวมถึงปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษ เป็นวิทยากร ที่ปรึกษาบริษัทอีกหลายแห่ง
การติดต่อ
-

รับทำงานวิจัย งานคีย์ข้อมูลแบบสอบถาม รับค้นคว้าข้อมูลทางสถิติที่มีผลต่อทำวิจัย
รับทำงานวิจัย งานคีย์ข้อมูลแบบสอบถาม รับค้นคว้าข้อมูลทางสถิติที่มีผลต่อทำวิจัย รับแก้ไขงานวิจัยให้จนกว่าจะผ่าน พร้อมปรับปรุงเนื้อหาเพื่อทำวิจัยก่อนวิเคราะห์ข้อมูล SPSS ให้สำเร็จ จากประสบการณ์ทำงานวิจัยมากกว่า 20 ปี รับทำวิจัยเชิงปริมาณ วิจัยเชิงคุณภาพ รับทำวิจัยทางการศึกษา รับปรึกษางานวิจัย รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ run SPSS รับเขียนบทคัดย่อ ไทย -อังกฤษ รับเขียนบทความงานวิจัย
การเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม (งานคีย์ข้อมูล SPSS) สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ One – Way ANOVA ใช้สถิติ T-test และ F-test ทดสอบวิเคราะห์ข้อมูลรายคู่ด้วยวิธี Scheffe หรือทดสอบวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธี LSD อีกทั้งเป็นการวิเคราะห์ SPSS หาค่าความสัมพันธ์ด้วย Chi-Square หรือวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson’s Correlation) และสถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยขั้นสูงด้วย วิเคราะห์ข้อมูลการถดถอยเชิงพหุคูณ Multiple Regression Analysis,และวิเคราะห์ SPSS ด้วยสถิติ Factor Analysis, Path Analysis, Structural Equation Model (SEM) เป็นต้น
รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ SPSS รับแก้ไขงานวิจัย
รับเขียนเค้าโครงงานวิจัย (Proposal Research) มุ่งประเด็นความสำคัญปัญหา เพื่อทำวิจัย
รับเก็บรวบรวมข้อมูล แบบสอบถาม
รับคีย์ข้อมูลแบบสอบถาม
รับวิเคราะห์หาค่า IOC
รับวิเคราะห์ SPSS เพื่อหาค่าความเชื่อมั่นของข้อมูลแบบอสบถาม (Alpha)
รับแก้ไข / รับสร้าง แบบสอบถาม
รับทดสอบสมมติฐาน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทำวิจัยด้วยสถิติถดถอยเชิงพหุคูณ Regression Analysis, Factor Analysis, T-Test, F-Test , Pearson’s Correlation และ Chi-Square
รับแก้ไขงานวิจัย ส่งผลต่อการทำวิทยานิพนธ์ ภาคนิพนธ์ สารนิพนธ์ (บทที่ 1,2, 3)
รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ (บทที่ 4) +สรุปงานวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ (บทที่ 5)
เขียนบทคัดย่อภาษาไทย -อังกฤษ
รับเขียนบทความงานวิจัย
รับทำวิจัย ด่วน วิเคราะห์ spss ด่วน เสร็จภายในเวลา 1 วัน
รับประกันงานแก้ไขให้จนกว่าจะผ่าน
ไม่คิดค่าใช้จ่าย -

หลักการฝึกอบรมพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารระดับสูง
หลักการฝึกอบรมพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารระดับสูง
หลักการและเหตุผล
ผู้บริหารยุคใหม่ ควรให้ความสำคัญทั้งเรื่องของงานและเรื่องของคน เพราะความสำเร็จย่อมผ่านการปฏิบัติงานของทีมงาน ดังนั้น หากสามารถกำหนดแนวทางให้ทีมงานปฏิบัติ (เก่งคิด) พร้อมทำให้ทีมงานยอมรับ (เก่งคน) และสอนทีมงานให้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ (เก่งโค้ช)
ผู้บริหารระดับกลางและระดับสูง ส่วนใหญ่ผ่านประสบการณ์มาอย่างมากมาย จึงมีความเชี่ยวชาญในการทำงาน และเติบโตมาจากงานที่ทั้งตรงสายงานและผ่านงานด้านต่างๆ มาอย่างครบถ้วน
การปฏิบัติตัวและการบริหารจัดการในฐานะผู้นำ (Leadership) มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหาร เพราะหากทีมงานให้การยอมรับก็จะทำให้เกิดความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ผู้บริหารกำหนดไว้ แต่การพัฒนาภาวะผู้นำก็ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ใต้บังคับบัญชามักคาดหวังภาวะผู้นำจากผู้บริหารเป็นอย่างสูง
ปัจจุบันการพัฒนาทีมงานให้มีความสามารถด้วยการดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด เป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องการเนื่องจากบุคลากรที่สามารถปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ และสามารถกระตุ้นตัวเองให้มีความกระตือรือร้นได้ด้วยตัวเอง โดยผ่านกระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) จึงเป็นเป้าหมายที่องค์กรต้องการให้ผู้บริหารเป็นโค้ชมากกว่าการสั่งการในแบบผู้จัดการเดิมๆ เพราะบุคลากรชอบให้สอนมากกว่าสั่งเพียงอย่างเดียว
วัตถุประสงค์
เพื่อให้ผู้บริหารได้สำรวจแนวความคิดของตัวเองใน 3 เรื่องหลัก คือ
1. ทักษะการคิดด้านต่างๆ
2. การบริหารในฐานะผู้นำ
3. การพัฒนาทีมในรูปแบบการเป็นโค้ช
เพื่อให้ผู้บริหารดึงศักยภาพของทั้งตัวเองและทีมงานออกมาได้อย่างเต็มที่และมุ่งมั่นสู่เป้าหมายขององค์กร
เพื่อให้ผู้บริหารกำหนดแนวทางในการพัฒนาตัวเองและพัฒนาทีมงานให้เหมาะสมตาม Style ของตัวเอง
เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิผล ด้วยการเลือกเปลี่ยนแปลงด้วยตัวผู้บริหารเอง
รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
ครบเครื่องเรื่องการคิดและประยุกต์ใช้ (Thinking&Applied)
- สำรวจแนวความคิดเกี่ยวกับการคิด
- ทักษะการคิดประเภทต่างๆ
- การคิดเชิงระบบ (System Thinking)
- Workshop: การประยุกต์แนวความคิดด้วยตัวเอง
- กิจกรรม: การพัฒนาการคิดของตัวเอง
การบริหารจัดการในฐานะผู้นำ (Leadership within you)
- หลักพื้นฐานที่สำคัญสำหรับผู้นำ 10 ประเภท
- หลุมพรางทางความคิดเกี่ยวกับผู้นำ
- เทคนิคการเอาชนะหลุมพรางทางความคิด
- ภาวะผู้นำ 5 ระดับ
- การปฏิบัติตัวในฐานะผู้นำ
- Workshop: การพัฒนาภาวะผู้นำในตัวเอง
- กรณีศึกษา: การบริหารทีมงานในฐานะผู้นำ
การพัฒนาทีมงานด้วยกระบวนการโค้ชงาน (To Be Good Coach)
- หลักการที่ควรเป็นแนวความคิดของโค้ช
- ทักษะสำคัญในการโค้ชงาน
- กระบวนการในการโค้ชงาน
- สิ่งที่โค้ชชี่ต้องการจากโค้ช
- Workshop: กำหนดแนวทางการโค้ชงานของตัวเอง
- กรณีศึกษา: ผู้นำในฐานะโค้ช
ภารกิจสำคัญของผู้บริหาร
- การบริหารจัดการ (People Management)
- การบริหารจัดการการเปลี่ยน (Change Management)
- การบริหารจัดการความขัดแย้ง (Conflict Management)
- การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ (PSDM)
การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝน
กรอบความคิดหลักสูตร (Course Framework)
ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
- หัวหน้างาน
- ผู้จัดการ
- ผู้บริหาร
-

เคล็ดลับในการทำและการสอบปากเปล่า
14 Sep, 2019
การสอบปากเปล่า – แบบทดสอบที่ครูขอให้นักเรียนตอบคำถามสอบดัง ๆ – อาจเป็นเรื่องเครียดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มีหลายวิธีในการเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบที่ไม่ใช่แบบเดิมหรือวิธีการรายงานเช่นนี้ แม้ว่าการสอบในช่องปากจะพบมากที่สุดสำหรับผู้เรียนภาษาที่พวกเขาเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นทั่ววิชาอื่น ๆ เพราะพวกเขาช่วยให้ครูที่จะให้ความสำคัญกับหลักสูตรนักเรียนมีความหลากหลายของ รูปแบบการเรียนรู้
ประเด็นที่สำคัญ
คิดบวกระหว่างการเตรียมสอบ
การสอบปากเปล่าอาจทำให้เครียดได้ แต่เป็นการฝึกที่มีคุณค่าสำหรับการสัมภาษณ์ในอนาคต
รู้เรื่องของคุณดีกว่าที่คุณคิดว่าคุณต้องการและฝึกใช้การเคลื่อนไหวโดยตั้งใจเพื่อเน้นประเด็นหลักของคุณ
อย่าลืมกินอาหารให้เพียงพอนอนหลับให้เพียงพอและดื่มน้ำมาก ๆ ที่จะนำไปสู่การสอบ การออกกำลังกายยังช่วยปลดปล่อยพลังประสาท
ใช้เวลาในการตอบคำถามระหว่างการสอบและอย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือหากคุณต้องการ!
คิดในแง่บวก
แทนที่จะ psyching ตัวเองออกเกี่ยวกับสิ่งที่อาจจะผิดไปเตือนตัวเองเท่าไหร่ที่คุณได้เรียนรู้และสิ่งที่คุณมีโอกาสที่จะร่วมกับครูของคุณการมองโลกในแง่ดีสามารถขับไล่ความประหม่าและสร้างความตื่นเต้นให้กับการสอบใด ๆ แม้ว่าคุณจะชอบการทดสอบแบบปากกาและกระดาษแบบเดิม แต่การสอบปากเปล่าสามารถช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้นอกเหนือจากในห้องเรียน พวกเขามอบประสบการณ์ที่มีค่าเช่นการสัมภาษณ์เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะทำลายเป้าหมายทางการศึกษาและอาชีพในอนาคตของคุณ คำแนะนำและเคล็ดลับบางประการที่จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบปากเปล่าครั้งต่อไป
รู้เรื่องของคุณ
การสอบปากเปล่าให้สำเร็จเริ่มต้นด้วยการรู้เนื้อหาที่คุณจะพูดคุย ส่วนที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการทดสอบประเภทนี้คือคุณมีคำตอบทั้งหมดแล้ว ครูจะไม่ถามคุณในสิ่งที่คุณไม่ได้รับการสอนดังนั้นคุณจะต้องพูดคุยเกี่ยวกับเนื้อหาที่นำเสนอให้คุณในการบรรยายข้อความและวิดีโอเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงมีบางสิ่งที่จะช่วยลดความกดดันในการท่องเนื้อหาที่เรียนรู้นี้ได้
ขุดลึก
วิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มเตรียมตัวสำหรับการสอบปากเปล่าคือการให้ความสนใจเป็นส่วนตัวในเนื้อหานั้น ๆ การรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อของคุณมากกว่าสิ่งที่จำเป็นจะช่วยให้คุณคาดเดาคำถามที่ครูของคุณอาจถามได้ นอกจากนี้ยังจะช่วยให้คุณพูดคุยเกี่ยวกับ
เรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลังของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์นักเขียนนักวิทยาศาสตร์และนักสำรวจแม้ว่าคุณจะไม่คิดว่าจำเป็นก็ตาม การค้นพบทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกจำนวนมากเกิดขึ้นเพียงเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตส่วนตัวของผู้ค้นพบ คุณรู้ไหมว่าดาร์วินกำลังจะเลิกเดินทางไปกาลาปากอสเพราะพ่อของเขาไม่อนุมัติ บุคคลที่เราต้องขอบคุณสำหรับ ” On the Origin of Species ” คือลุงของดาร์วิน (และพ่อตา) ที่เชื่อมั่นอย่างแน่นหนาว่าการค้นพบของดาร์วินจะเป็นหลักฐานสนับสนุนการอ้างสิทธิ์ในพระคัมภีร์ไบเบิล
ไม่เพียง แต่การขุดลึกลงไปจะทำให้คุณเข้าใจหัวข้อของคุณได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่คุณยังมีเนื้อหาที่จะพูดถึงอีกด้วย หากคุณเข้าใจข้อมูลเชิงลึกและเชิงลึกในหัวข้อของคุณอย่างถ่องแท้คุณจะไม่มีวันหมดสิ่งที่จะพูด
ทายคำถาม
เมื่อคุณรู้เรื่องของคุณแล้วคุณสามารถเริ่มพิจารณาสิ่งที่ครูอาจถามคุณได้ จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือวัสดุที่คุณมีอยู่แล้ว ใช้แบบทดสอบและข้อสอบก่อนหน้าเรียงความพร้อมท์และแม้แต่คำถามท้ายบทเพื่อช่วยคุณกำหนดคำตอบ
นอกจากนี้ยังจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณในการทำความเข้าใจธีมทั่วไปและวัตถุประสงค์ของการสอบของคุณ การรู้จุดประสงค์ของการสอบหัวข้อที่คุณกำลังถูกทดสอบทำให้การสร้างคำตอบง่ายขึ้นเพราะคุณมีเป้าหมายอยู่ในใจ ตัวอย่างเช่นหากครูภูมิศาสตร์ของคุณถามคุณว่าสภาพภูมิอากาศและลักษณะทางภูมิศาสตร์ส่งผลต่อกองทหารสหรัฐฯในเวียดนามอย่างไรคุณรู้ว่าคำตอบของคุณควรสร้างจากภูเขาแม่น้ำและรูปแบบสภาพอากาศมากกว่าความสำเร็จหรือความล้มเหลวของกองทหาร ข้อสอบเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ในทำนองเดียวกันครูสอนภาษาฝรั่งเศสของคุณอาจถามคุณเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่คุณเพิ่งดู แต่เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่สำคัญเท่ากับความสามารถในการผันกริยาและการใช้อดีตกาล
เมื่อทำนายคำถามโปรดจำไว้ว่าคำถามหนึ่งคำถามสามารถถามได้ดีที่สุดร้อยวิธี คำต่างๆเช่น “เค้าโครง” “อธิบาย” และ “รายละเอียด” เป็นวิธีต่างๆในการพูดว่า “บอกฉันเกี่ยวกับ … ” เตรียมพร้อมสำหรับคำกระตุ้นเหล่านี้โดยถามตัวเองด้วยคำถามเดียวกัน 2-3 วิธี
“ กลุ่ม” เนื้อหาของคุณ
เมื่อสร้างคำตอบของคุณให้พยายาม“ รวมกลุ่ม” หรือจัดกลุ่มข้อมูลเข้าด้วยกันแทนที่จะพยายามจำทุกอย่างโดยรวม ลองนึกถึงวิธีการเขียนหนังสือไม่ใช่เป็นข้อความขนาดใหญ่ชิ้นเดียว แต่เป็นเรื่องราวที่แบ่งออกเป็นส่วนย่อยที่ย่อยได้ด้วยด้ายทั่วไปที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้งหมดเข้าด้วยกัน
เปลี่ยนการสอบของคุณให้กลายเป็นเรื่องราวดังนั้นเมื่อครูของคุณถามคุณเกี่ยวกับบรรยากาศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยหลังการตกเป็นอาณานิคมคุณสามารถติดตามเรื่องราวของคุณได้โดยไม่ต้องกังวลใจและคุณสามารถจำและตอบได้อย่างมั่นใจว่าประเทศไทยไม่เคยตกเป็นอาณานิคมทางเทคนิค
ใช้การเคลื่อนไหวโดยเจตนา
เป็นเรื่องปกติอย่างยิ่งที่จะเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ เมื่อคุณรู้สึกประหม่าไม่ต้องนั่งนิ่ง ๆ ก้าวไปมาเพราะการเคลื่อนไหวเป็นวิธีปลดปล่อยพลังประสาทบางส่วน แต่มันสามารถเบี่ยงเบนไปจากสิ่งที่คุณเป็นได้ พูดเพราะผู้ดูแลการสอบของคุณให้ความสำคัญกับการกระทำของคุณ เพื่อต่อสู้กับความว้าวุ่นใจในขณะที่ยังปล่อยพลังประสาทให้ฝึกการเคลื่อนไหวโดยเจตนา
ดูตัวเอง
วิธีฝึกที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดคือรู้ก่อนว่าคุณเคลื่อนไหวอย่างไร นั่งหรือยืนหน้ากระจกหรือใช้กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือเพื่อบันทึกและดูตัวเองอีกครั้งในการตอบคำถาม
อย่าคิดมากว่าคุณควรหรือไม่ควรเคลื่อนไหวอย่างไร นี่เป็นเพียงการประเมินตนเอง เมื่อคุณเข้าใจว่าคุณมีแนวโน้มที่จะปลดปล่อยพลังประสาทอย่างไรคุณสามารถทำตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อให้การเคลื่อนไหวของคุณมีความตั้งใจและเป็นประโยชน์ต่อการสอบของคุณมากขึ้น
ดูคนอื่น ๆ
ผู้นำเสนอและนักพูดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่นั่งหรือยืนนิ่งสนิท แต่เป็นคนที่ใช้การเคลื่อนไหวและการสื่อสารอวัจนภาษาเพื่อเน้นย้ำสิ่งที่พวกเขากำลังพูด ตัวอย่างเช่นผู้พูดมักจะใช้เวลานานสามหรือสี่ก้าวเข้าหาผู้ฟังเพื่อเน้นความสำคัญของสิ่งที่พวกเขากำลังพูด พวกเขาใช้ท่าทางมือและการแสดงออกทางสีหน้าเพื่อเพิ่มความสำคัญของความเข้าใจในหัวข้อ
ก่อนสอบปากเปล่าใช้เวลาดูวิทยากรและพิธีกรคนอื่น ๆ สามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่ดู TED Talks บน YouTube สังเกตว่าผู้พูดนั่งยืนหรือเดินอย่างไรท่าทางอย่างไรและตอบคำถามอย่างไร
พัฒนาการเคลื่อนไหวโดยเจตนา
ฝึกตอบคำถามโดยใช้การเคลื่อนไหวและการสื่อสารอวัจนภาษาที่คุณสังเกตเห็น วางหนังสือพิมพ์บนพื้นหรือใต้เบาะเพื่อให้คุณมีสติในการเคลื่อนไหวมากขึ้น
หากคุณไม่สามารถนิ่งได้ให้ถือคลิปหนีบกระดาษระหว่างการสอบ อย่าลืมว่าการเคลื่อนไหวเพื่อปลดปล่อยพลังประสาทเป็นเรื่องปกติอย่างสมบูรณ์และสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการสอบปากเปล่าคือเนื้อหาไม่ใช่ท่าทางของคุณ
สุขภาพร่างกายและจิตใจ
คุณอาจใช้เวลาหลายวันหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการเตรียมตัวสำหรับการสอบ แต่ถ้าคุณดื่มกาแฟมากเกินไปหรือนอนหลับไม่เพียงพอการเตรียมการทั้งหมดนั้นอาจไร้ผล จำไว้ว่าการดูแลตัวเองทั้งทางร่างกายและจิตใจสะท้อนให้เห็นในความสามารถและวิธีการปฏิบัติของคุณ ดูแลจิตใจและร่างกายของคุณแล้วพวกเขาจะดูแลคุณ
โภชนาการ
ในวันที่นำไปสู่การสอบของคุณดื่มน้ำให้เพียงพอ (มีจุดมุ่งหมายเพื่อแปดแก้วขนาดใหญ่ทุกวัน) ได้รับการนอนหลับเพียงพอ (ผู้ใหญ่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดชั่วโมงของการนอนหลับต่อคืน) และกินทั้งอาหารเพื่อสุขภาพในตอนเช้าของการสอบให้รับประทานอาหารเช้าเบา ๆ เพิ่มพลังและ จำกัด ปริมาณคาเฟอีนของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องกระวนกระวายใจเพิ่มเติม!
ออกกำลังกาย
จำพลังงานประสาทที่เราพูดถึงก่อนหน้านี้ได้ไหม? มันเกิดจากคอร์ติซอลฮอร์โมนแห่งความเครียด การเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจจะช่วยลดคอร์ติซอล ถ้าทำได้ให้พยายามเข้ายิมในช่วงก่อนสอบ
การนำเสนอ
มีบางอย่างที่จะพูดเกี่ยวกับความคิดโบราณ ” แต่งตัวดีทดสอบดี ” เลือกเสื้อผ้าของคุณในคืนก่อนเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องควานหาในตู้เสื้อผ้าในตอนเช้า สวมใส่สิ่งที่สบายและระบายอากาศได้โดยที่คุณไม่ต้องเกร็งในระหว่างการสอบ
ใช้เวลาของคุณ
ครูที่ถามคำถามใส่คุณอาจรู้สึกหนักใจ แต่อย่าลืมว่าไม่จำเป็นต้องรีบตอบคำถามของคุณ ใช้เวลาสักครู่หลังจากแต่ละคำถามเพื่อสรุปข้อมูลที่เพิ่งขอจากคุณและจัดระเบียบความคิดของคุณตามนั้น
ถ้าครูของคุณขอให้คุณบรรยายการเดินทางไปอเมริกาของคริสโตเฟอร์โคลัมบัสใช้เวลาสักครู่เพื่อระลึกถึงสิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกับโคลัมบัส คุณรู้ว่าการเดินทางได้รับการสนับสนุนอย่างไรคุณรู้ชื่อของเรือคุณรู้ว่าการเดินทางใช้เวลานานแค่ไหนเพราะคุณเตรียมตัวสำหรับการสอบ เมื่อความคิดของคุณเป็นไปตามลำดับแล้วให้เริ่มบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางข้ามทะเลในตำนานให้ครูฟัง
ขอความช่วยเหลือ
ครูและอาจารย์ของคุณต้องการให้คุณประสบความสำเร็จ พวกเขาอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายและเตรียมความพร้อมสำหรับความพยายามในการทำงานในอนาคต เยี่ยมพวกเขาก่อนหรือหลังเลิกเรียนในช่วงพักรับประทานอาหารกลางวันหรือในเวลาทำการ พบกับพวกเขาหากคุณสับสนหรือติดขัดหรือเพียงแค่ต้องการพูดคุยผ่านความคิด
โดยปกติแล้วครูจะเป็นผู้ดำเนินการสอบปากเปล่าซึ่งหมายความว่าพวกเขาได้สร้างเกณฑ์ที่คุณต้องปฏิบัติเพื่อให้ประสบความสำเร็จ พวกเขาเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของคุณและเป็นพันธมิตรที่แข็งแรง
-

การเตรียมตัวสอบเค้าโครง และตอบคำถามในการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์
การเตรียมตัวสอบเค้าโครง และตอบคำถามในการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์
ADMIN · ม.ค. 11TH, 2014 · 0 COMMENT
การสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อ ตรวจสอบความรู้ความเข้าใจและศักยภาพของนักศึกษาในการทำวิทยานิพนธ์ และคุณภาพของเค้าโครงวิทยานิพนธ์ เพื่อให้แน่ใจว่านักศึกษาจะสามารถดำเนินงานวิจัยจนได้ผลงานวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ โดยก่อนจะทำการขึ้นสอบ นักศึกษาควรจะต้องมีความเข้าใจในเค้าโครงวิทยานิพนธ์ของตนเองอย่างถ่องแท้ และต้องเตรียมสื่อประกอบการนำเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์ให้เรียบร้อย เช่น การจัดทำเนื้อหาด้วยโปรแกรม power point หรือวิธีอื่นๆ
นักศึกษาจะต้อง จัดเตรียมห้องสำหรับการสอบ ทำการนัดหมายอาจารย์ผู้สอบ ซึ่งอาจมีประมาณ 3-5 คน จัดส่งเค้าโครงให้กรรมการสอบอ่านล่วงหน้าอย่างน้อย 5-7 วัน โดยในการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์นักศึกษาจะมีเวลาในการเสนออย่างจำกัด ต้องสรุปสาระสำคัญให้กระชับตรงตามเวลา กรรมการสอบ ซึ่งได้ศึกษาเค้าโครงของนักศึกษามาแล้ว ย่อมต้องการเวลาสำหรับซักถามมากกว่าที่จะฟังรายละเอียดจากการนำเสนอ โดยทั่วไปนักศึกษาทุกคนจะได้รับข้อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงแก้ไขเค้าโครงวิทยานิพนธ์ไม่มากก็น้อย (บางกรณีอาจสอบตก ต้องทำใหม่) ทั้งนี้หากนักศึกษาแน่ใจว่าสิ่งที่ตนคิดไว้มีเหตุผลและดีพอก็ย่อมที่จะชี้แจงและ “defend” ได้ เพราะการรับข้อเสนอทุกอย่างไปแล้ว อาจเกิดปัญหาใหม่ภายหลังได้ เมื่อเสร็จสิ้นการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์แล้ว นักศึกษาต้องรีบดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเค้าโครงวิทยานิพนธ์ให้เรียบร้อยโดยเร็วและดำเนินการจัดส่งทันเวลาที่กำหนด
ตัวอย่างคำถามในการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์
– Why do you want to do this research ? (ทำไมคุณจึงต้องการทำวิจัยเรื่องนี้?)
– How did you pick this topic ? (คุณได้หัวข้อนี้มาอย่างไร?)
– How are you doing with your literature search ? (คุณดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง?)
– What are you hunches about what your findings may reveal ? (คุณจะจัดการอะไรบ้างกับข้อค้นพบที่อาจจะเกิดขึ้นได้?)
– What are you reason for choosing this strategy ? (เหตุผลที่คุณเลือกยุทธศาสตร์นี้คืออะไร?)
– How is your study likely to contribute to out knowledge ? (การศึกษาของคุณจะก่อให้เกิดความรู้ของเราได้อย่างไร?)
– what other procedures might you consider ? (วิธีการปฏิบัติงานอื่นๆ ที่คุณจะพิจารณาใช้คืออะไร?)
– what are the competing theories which are being addressed in your study ? (อะไรคือการให้ทฤษฎีมีความสมบูรณ์ซึ่งจะนำมาศึกษาของคุณ?)
– What is the basic argument which are addressing in your study ? How well are you addressing this is sue ? (อะไรคือเหตุผลเบื้องต้นในการตั้งหัวข้อวิจัยของคุณ และคุณตั้งหัวข้อนี้ได้ดีเพียงใด?)
– What are going to do next and why ? (ต่อนี้ไปคุณจะทำอะไร และทำไมจึงต้องทำเช่นนั้น?)
– What problem are you finding ? How are you handing them ? (ปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่คืออะไร คุณจะดำเนินการกับปัญหาเหล่านั้นอย่างไร?)
– What criteria will you use in selecting your sample ? (คุณจะใช้เกณฑ์ใดในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง?)
– What theories (implicitly or explicitly) are contributing to the desing of your study ? (ทฤษฏีอะไร (ทั้งโดยนัย และที่ปรากฏชัด) ที่ทำให้เกิดแบบวิธีที่คุณศึกษา?)
– Can you document the history evolution of theory ? (คุณศึกษาเอกสาร และข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับทฤษฎีนี้ได้หรือไม่?)
– What confidence do you have that your analysis is comprehensive ? (คุณมั่นใจหรือว่าการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับทฤษฏีนี้ได้หรือไม่?)
– What confidence do you have that you analysis is comprehensive ? (คุณมั่นใจหรือว่าการวิเคราะห์ข้อมูลที่คุณใช้นั้นมีความครอบคลุมแล้ว?)
– How will the finding of your study influence our knowledge and/or practice ? (ข้อค้นพบที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้จะมีอิทธิพลต่อความรู้ และ/หรือการปฏิบัติอย่างไร?)
ขอให้นักศึกษาทุกคน มีความพร้อมในการเตรียมตัวสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ และผ่านการสอบวิทยานิพนธ์ในระดับดีเยี่ยมทุกคนครับ
-

ทำไมสอบวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน
ทำไมสอบวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน
ธงชัย โรจน์กังสดาล
ธงชัย โรจน์กังสดาล
Mar 10, 2020·3 min read
เหตุผลหลายข้อที่ทำให้นักศึกษาปริญญาโททำวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน
Credit : Pexels.com
บทความนี้เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร Go Training ฉบับเดือนมิถุนายน 2552 และเดือนกรกฏาคม 2552 ครับ
การทำวิทยานิพนธ์เป็นสิ่งสำคัญมากในการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท โดยทั่วไปแล้ว ผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการเรียนเนื้อหารายวิชา แต่มักพบอุปสรรคใหญ่หลวงในการทำวิทยานิพนธ์ ตั้งแต่การหาหัวข้อวิทยานิพนธ์ ซึ่งมีระเบียบว่า ต้องสอบหัวข้อภายในกี่ปี จากนั้นก็ผ่านเข้าสู่กระบวนการสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ การทำวิทยานิพนธ์ และด่านสุดท้ายคือการสอบวิทยานิพนธ์
จากประสบการณ์ในการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ผมพบนักศึกษาหลายคนที่สอบวิทยานิพนธ์ไม่ผ่านหรือสอบวิทยานิพนธ์ตก ทำให้เรียนไม่จบ ซึ่งน่าเสียดายยิ่ง
ผมจึงลองวิเคราะห์สาเหตุที่นักศึกษาสอบวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน และรวบรวมเหตุผลต่างๆ ในบทความนี้ เพราะผมเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาโทหรือสนใจจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโทครับ
Credit : Pexels.com
เหตุผลที่สอบวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน
1. เริ่มทำวิทยานิพนธ์ตอนใกล้กำหนดเส้นตายส่ง
หลังจากที่สอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ผ่านแล้ว นักศึกษาหลายคนก็โล่งอกที่ผ่านด่านแรกไปได้ และไม่สนใจที่จะรีบทำวิทยานิพนธ์ เพราะคิดว่ายังเหลือเวลาอีกนาน ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้
ถ้าเป็นนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรปกติ คือเรียนเต็มเวลาในเวลาราชการ ส่วนใหญ่จะไม่ได้ทำงาน ทำให้ใช้เวลากลางวันในการทำวิทยานิพนธ์ และนัดพบอาจารย์ที่ปรึกษาได้สะดวก
ส่วนนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรนอกเวลาราชการ เช่น เรียนตอนเย็นหรือวันเสาร์ อาทิตย์ ส่วนใหญ่มักมีงานประจำอยู่แล้ว
ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาหลังเลิกงานเพื่อทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งในบางครั้งงานประจำก็เต็มมืออยู่แล้ว ทำให้แทบไม่มีเวลาทำวิทยานิพนธ์ จึงเร่งทำตอนใกล้กำหนดส่ง เช่น ถ้ากำหนดสอบเส้นตายวิทยานิพนธ์คือวันที่ 30 เมษายน นักศึกษาหลายคนจะเริ่มทำวิทยานิพนธ์ประมาณต้นเดือนมกราคม ทำให้ทำวิทยานิพนธ์ไม่ทัน
ดังนั้นนักศึกษาควรรีบทำวิทยานิพนธ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ครับ ไม่ว่านักศึกษาจะเรียนหลักสูตรในเวลาราชการ หรือนอกเวลาราชการ ก็ไม่ควรชะล่าใจ ปล่อยทิ้งเอาไว้ เพราะยิ่งทิ้งไว้นานเท่าใด ความกระตือรือร้นในการทำวิทยานิพนธ์จะยิ่งน้อยลง จนถึงขั้นไม่อยากทำ
โดยทั่วไปแล้ว วิทยานิพนธ์ใช้เวลาในการทำตั้งแต่ 1 ปีถึง 2 ปี แล้วแต่ความยากง่ายของหัวข้อ ดังนั้นยิ่งทำเร็วเท่าใด ยิ่งดีเท่านั้น
วิธีหนึ่งที่เป็นประโยชน์ คือ พยายามรวมกลุ่มกับเพื่อนที่ทำวิทยานิพนธ์ในรุ่นเดียวกัน และนัดพบปะกัน เช่น พบกันเดือนละหนึ่งครั้งเพื่อสอบถามความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ของกันและกัน หรือให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ที่สำคัญที่สุด คือควรพบอาจารย์ที่ปรึกษาสม่ำเสมอ เพราะหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาคือการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาและให้แนวทางหรือชี้แนะทิศทางในการทำวิทยานิพนธ์ แต่หน้าที่ในการทำวิทยานิพนธ์เป็นของนักศึกษาครับ การเรียนในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกนั้น นักศึกษาจะต้องรับผิดชอบตัวเองและมีวินัยเป็นอย่างสูง ดังนั้นนักศึกษาต้องคอยหมั่นกระตุ้นตนเองเสมอครับ
ถ้านักศึกษามาเร่งทำวิทยานิพนธ์ตอนใกล้เส้นตาย และเป็นนักศึกษาภาคนอกเวลาราชการ ผมแนะนำว่า ถ้าเป็นไปได้ ควรขอลาพักร้อนหรือลางานชั่วคราว เพื่อทุ่มเททำงานวิทยานิพนธ์ให้เต็มที่ เพราะเวลามีน้อยอยู่แล้ว ถ้าไม่ให้เวลาอย่างเต็มที่ โอกาสที่จะทำวิทยานิพนธ์เสร็จมีน้อยมากครับ
Credit : Pexels.com
2. ขาดแรงจูงใจ
ถ้านักศึกษาคิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ด้วยตัวเอง และสามารถสอบผ่านหัวข้อวิทยานิพนธ์แล้ว แสดงว่านักศึกษามีความสนใจหัวข้อนั้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะเป็นเรื่องที่ตนเองคิดขึ้นเองและต้องการทำ
แต่บางครั้ง นักศึกษาได้หัวข้อจากอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งเป็นหัวข้อที่อาจารย์ที่ปรึกษาสนใจ แต่นักศึกษาอาจไม่สนใจมากนัก เช่น เมื่อใกล้กำหนดสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ นักศึกษาก็รีบ “หยิบ” หัวข้ออะไรก็ได้จากอาจารย์ เพราะจะต้องสอบหัวข้อแล้ว ทำให้นักศึกษาไม่มีความกระตือรือร้นหรือขาดแรงจูงใจไม่อยากทำ บางที ระหว่างที่นักศึกษาทำวิทยานิพนธ์ ก็เกิดความเบื่อหน่ายไม่อยากทำ และหยุดทำดื้อ ๆ คือเลิกเรียนหรือลาออก
ดังนั้นก่อนที่นักศึกษาจะเลือกทำหัวข้อวิทยานิพนธ์ใดก็ตาม ควรถามตนเองว่า สนใจและต้องการทำหัวข้อนั้นจริงหรือไม่ นักศึกษาไม่ควรเลือกหัวข้อเพียงเพราะต้องการให้สอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ผ่านภายในเวลาที่กำหนด หรือไม่ทราบว่าจะทำเรื่องอะไรดี จึงเลือกเรื่องอะไรก็ได้ที่อาจารย์ที่ปรึกษากำหนดมาให้ เพราะการทำวิทยานิพนธ์จะต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องในการทำ
บางครั้งอาจเกิดความเบื่อหน่ายในบางช่วง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา หรือนักศึกษาอาจเกิดปัญหาในชีวิต เช่น ทะเลาะกับแฟน มีปัญหาสุขภาพ มีปัญหากับครอบครัว เปลี่ยนงาน เป็นต้น ในช่วงเวลาที่เกิดปัญหาเหล่านี้ นักศึกษาจะไม่มีสมาธิพอที่จะทำวิทยานิพนธ์ได้ จนกว่าจะผ่านพ้นช่วงนั้นแล้ว
ส่วนใหญ่แล้ว สาเหตุที่นักศึกษาทำวิทยานิพนธ์ไม่สำเร็จ ไม่ใช่เพราะขาดความรู้หรือทักษะด้านวิชาการ แต่มักเกิดจากขาดความเพียรหรือกำลังใจที่แน่วแน่ในการทำวิทยานิพนธ์ให้สำเร็จลุล่วง ดังนั้นนักศึกษาควรกระตุ้นและปลุกเร้าตนเองอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งปัจจุบันมีหนังสือแนวจิตวิทยาจำนวนมากที่ให้คำแนะนำด้านนี้อยู่แล้วครับ ลองไปหาอ่านและฝึกฝนดูครับ
Credit : Pexels.com
3. การนำเสนอไม่ชัดเจน
นักศึกษาหลายคนได้ทำวิทยานิพนธ์และเขียนรูปเล่มมาเป็นอย่างดี แต่ตกม้าตายตอนสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์ เนื่องจากนำเสนอไม่ชัดเจน ไม่สามารถทำให้กรรมการสอบวิทยานิพนธ์เข้าใจได้ สาเหตุที่นำเสนอไม่ชัดเจน เช่น
· ใช้เวลาในการนำเสนอน้อยเกินไปหรือนานเกินไป อันที่จริง ก่อนที่นักศึกษาจะสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์นั้น ควรฝึกซ้อมการนำเสนอก่อน เช่น นำเสนอให้เพื่อนหรืออาจารย์ที่ปรึกษาฟังก่อนหนึ่งรอบ เพื่อที่จะได้เสียงสะท้อนของการนำเสนอ และปรับปรุง แก้ไข ให้ดีขึ้นก่อนการสอบ ในกรณีที่นำเสนอสั้นเกินไป กรรมการสอบวิทยานิพนธ์ก็อาจสงสัยว่า เนื้องานวิทยานิพนธ์คืออะไร ถ้านำเสนอนานเกินไป ก็จะน่าเบื่อ ส่วนใหญ่แล้ว ผมมักพบการนำเสนอนานเกินไป จะไม่ค่อยพบการนำเสนอที่สั้นเกินไปครับ
· สไลด์ที่ใช้ในการนำเสนอไม่เหมาะสม เช่น มีข้อความเต็มไปหมด ทำให้สไลด์ไม่น่าสนใจ และชวนง่วงนอน นอกจากนี้ นักศึกษาบางคนพูดหรือท่องข้อความในสไลด์ ซึ่งเป็นการนำเสนอที่น่าเบื่อมาก เนื้อความในสไลด์ควรสรุปประเด็นสำคัญเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใส่ข้อความทั้งหมด และควรมีภาพประกอบหรือภาพเคลื่อนไหว เพื่อสื่อเนื้อความที่ต้องการ
· นักศึกษาอธิบายไม่รู้เรื่อง หัวข้อบางเรื่องอาจเป็นเรื่องที่กรรมการสอบบางท่านไม่ถนัด หรือเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ ซึ่งนักศึกษาอาจมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านนั้นเป็นอย่างดี ดังนั้นนักศึกษาควรยกตัวอย่างหรือการอุปมา อุปไมย เพื่ออธิบายเนื้อความให้ชัดเจน
· นักศึกษาไม่ได้เน้นงานของตนเอง ทำให้กรรมการสอบไม่เข้าใจว่าเนื้องานวิทยานิพนธ์ที่นักศึกษาทำคืออะไร เช่น ใช้เวลากล่าวถึงทฤษฏีหรืองานวิจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมาก แต่ใช้เวลาในการกล่าวถึงเนื้องานวิทยานิพนธ์ตนเองสั้นเกินไป การสอบวิทยานิพนธ์ก็เหมือนการขายสินค้าครับ ดังนั้นนักศึกษาควรเน้นจุดเด่นของงานวิทยานิพนธ์และใช้เวลากับตรงนี้ให้มากที่สุด และควรเปรียบเทียบงานของตนเองกับงานวิจัยของผู้อื่นที่ใกล้เคียง เพื่อที่กรรมการสอบจะได้เข้าใจเนื้อหางานของนักศึกษาได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ
นักศึกษาควรหาโอกาสฟังการสอบวิทยานิพนธ์ของรุ่นพี่หรือเพื่อนร่วมรุ่น เพราะทำให้มีประสบการณ์และเห็นรูปแบบการนำเสนอทั้งที่ดีและไม่ดี เพื่อจะได้เตรียมการนำเสนอของตนเองได้อย่างเหมาะสมครับ
Credit : Pexels.com
4. ทำงานไม่ครบตามขอบเขต
หลังจากที่นักศึกษาเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์แล้ว นักศึกษาจะต้องทำงานให้ครบตามขอบเขตวิทยานิพนธ์ตามที่ตัวเองเสนอไว้ และส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินว่านักศึกษาได้ทำวิทยานิพนธ์ครบถ้วนหรือไม่
ถ้านักศึกษากำหนดขอบเขตวิทยานิพนธ์ว่าจะทำห้าข้อ แต่ตอนสอบจบ นักศึกษากลับทำได้เพียงสามข้อ กรรมการก็จะให้นักศึกษาสอบตกแน่นอน เพราะไม่สามารถทำได้ครบตามขอบเขต ดังนั้นนักศึกษาต้องแน่ใจว่า ทำวิทยานิพนธ์ได้ครบตามขอบเขตของหัวข้อที่เสนอไว้ ส่วนใหญ่ที่นักศึกษาทำงานไม่ครบตามขอบเขต เพราะทำไม่ทันนั่นเอง
แต่ถ้าระหว่างทำวิทยานิพนธ์ นักศึกษาพบว่าไม่สามารถทำขอบเขตบางข้อได้ตามที่เสนอไว้ เพราะสุดวิสัย ในกรณีนี้ นักศึกษาควรปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อขอคำแนะนำครับ
Credit : Pexels.com
5. รูปเล่มวิทยานิพนธ์ไม่สมบูรณ์
นอกจากการสอบปากเปล่าแล้ว รูปเล่มวิทยานิพนธ์ก็เป็นส่วนสำคัญในการสอบวิทยานิพนธ์ สิ่งหนึ่งที่ทำให้กรรมการสอบวิทยานิพนธ์หงุดหงิดหรือรำคาญใจอย่างมากคือ วิทยานิพนธ์ที่มีคำสะกดผิดจำนวนมากเหมือนรายงานเด็กประถมมากกว่าวิทยานิพนธ์ ผมมักบอกนักศึกษาเสมอว่า ควรตรวจสอบคำสะกดทั้งหลายให้ถูกต้องก่อนที่จะส่งรูปเล่มแก่อาจารย์ที่ปรึกษาหรือกรรมการ แต่ก็ยังพบคำสะกดผิดอยู่เป็นประจำ
นอกจากคำสะกดแล้ว การจัดเรียงบทของวิทยานิพนธ์ การใส่ภาพ ตาราง เอกสารอ้างอิง ก็มีความสำคัญเช่นกัน นักศึกษาควรตรวจสอบรูปแบบวิทยานิพนธ์จากมหาวิทยาลัยของตนเอง และดูตัวอย่างวิทยานิพนธ์ของรุ่นพี่ แต่ไม่ควรยึดถือวิทยานิพนธ์ของรุ่นพี่เป็นตัวอย่างที่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะบางทีวิทยานิพนธ์ของรุ่นพี่ก็ “มั่ว” เหมือนกันครับ
โดยสรุปแล้ว สาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างง่ายดาย ถ้านักศึกษามีเวลาเพียงพอในการทำวิทยานิพนธ์ เพราะนักศึกษาสามารถตรวจทานและแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ หรือไม่มีข้อผิดพลาดเลย นักศึกษาก็จะมีความภาคภูมิใจในวิทยานิพนธ์ฉบับนั้น และจบการศึกษาอย่างสง่างามสมกับเป็นมหาบัณฑิตครับ
นี่คือ Mind Map สรุปเนื้อหาของบทความนี้ครับ