การเขียนรายงานการวิจัยแบบฉบับสมบูรณ์
การเขียนรายงานการวิจัยแบบฉบับสมบูรณ์ เป็นการเขียนรายงานอย่างละเอียด โดยทั่วไปจะยึดตามหลักสากลว่าควรประกอบด้วยหัวข้ออะไรบ้าง แต่ถ้าเป็นวิทยานิพนธ์ หรืองานการค้นคว้าอิสระ ผู้วิจัยจะต้องยึดระเบียบการเขียนของสถาบันนั้น ๆ เพื่อให้การเขียนมีรูปแบบตามที่แต่ละสถาบันกำหนดไว้เป็นหลัก
ตามหลักสากลส่วนประกอบของรายงานการวิจัยแบบฉบับสมบูรณ์ มักจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน ดังนี้
1. ส่วนนำ ประกอบด้วย
1.1 ปกนอก
1.2 ปกใน
1.3 หน้าอนุมัติ
1.4 คำนำ/กิตติกรรมประกาศ
1.5 บทคัดย่อ
1.6 สารบัญ สารบัญตาราง และสารบัญภาพประกอบ
1.7 อักษรย่อและสัญลักษณ์
2. ส่วนเนื้อความ
2.1 บทที่ 1 บทนำ
1) ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
2) วัตถุประสงค์/ความมุ่งหมายในการวิจัย
3) ขอบเขตของการวิจัย
4) ข้อตกลงเบื้องต้น (ถ้ามี)
5) สมมติฐาน (ถ้ามี)
6) นิยามศัพท์เฉพาะ
7) ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย
2.2 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2.3 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย
1) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง/ แหล่งข้อมูล
2) เครื่องมือในการวิจัย
3) การเก็บรวบรวมข้อมูล
4) การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้
2.4 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
2.5 บทที่ 5 บทสรุป
1) สรุปผลการวิจัย
2) อภิปรายผล
3) ข้อเสนอแนะ
3. ส่วนประกอบตอนท้าย
3.1 บรรณานุกรม/ เอกสารอ้างอิง
3.2 ภาคผนวก
3.3 ประวัติผู้วิจัย
รายละเอียดการเขียนในหัวข้อต่าง ๆ ข้างต้น เป็นดังนี้
ส่วนนำ
ส่วนนำเป็นส่วนที่ให้รายละเอียดก่อนที่จะเข้าสู่ส่วนของเนื้อความ ซึ่งประกอบด้วย
1) ปกนอก เป็นส่วนแสดงรายละเอียดของชื่อเรื่องงานวิจัย ชื่อผู้วิจัย สถานที่ทำวิจัย และปีที่ทำวิจัย
2) ปกใน แสดงรายละเอียดเหมือนกับปกนอกทุกประการ
3) หน้าอนุมัติ (เฉพาะวิทยานิพนธ์/ การค้นคว้าอิสระ) เป็นส่วนแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการอนุมัติให้งานวิจัยที่เป็นวิทยานิพนธ์/ การค้นคว้าอิสระเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร ในหน้านี้จะมีคณะกรรมการควบคุมการทำวิทยานิพนธ์/ การค้นคว้าอิสระ และคณะกรรมการสอบ ปรากฏชื่อพร้อมลายเซ็น
4) คำนำ หรือกิตติกรรมประกาศ เป็นส่วนแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการขอบคุณผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือในการทำวิทยานิพนธ์/ การค้นคว้าอิสระ โดยทั่วไปการเขียนคำนำ หรือกิตติกรรมประกาศ ผู้วิจัยควรขอบคุณผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือในการทำวิจัยตามลำดับความสำคัญจากมากไปน้อย
5) บทคัดย่อ เป็นส่วนแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อเรื่อง ชื่อผู้วิจัย ชื่อที่ปรึกษา (ถ้ามี) แหล่งทุน (ถ้ามี) วัตถุประสงค์การวิจัย วิธีดำเนินการวิจัยแบบย่อ และผลของการวิจัยซึ่งส่วนใหญ่จะเขียนประมาณ 1 – 2 หน้า และต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษประกอบกัน
6) สารบัญ สารบัญตาราง และสารบัญภาพประกอบ เป็นส่วนแสดงรายละเอียดของหัวข้อเนื้อหา ตาราง และภาพประกอบ พร้อมกับมีการระบุหมายเลขหน้าที่มีหัวเรื่อง ตาราง และภาพประกอบเหล่านี้ปรากฏอยู่
7) อักษรย่อและสัญลักษณ์ เป็นส่วนแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับอักษรย่อและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการวิจัย อย่างไรก็ตาม หากอักษรย่อและสัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิจัยเหล่านี้ไม่ปรากฏในส่วนบทที่ 1 (บทนำ) บทที่ 2 (เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง) และบทที่ 3 (วิธีดำเนินการ) ผู้วิจัยอาจนำอักษรย่อและสัญลักษณ์ที่ช่วยในการแปลผลการวิจัยไปไว้ในบทที่ 4 ก่อนแสดงเนื้อหาผลการวิเคราะห์ข้อมูล ก็ได้
ส่วนเนื้อความ
ส่วนเนื้อความเป็นส่วนสำคัญที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการทำวิจัยทั้งหมด โดยส่วนใหญ่งานวิจัยจะแบ่งเป็น 5 บท ดังนี้
บทที่ 1 บทนำ
บทนำ จะแสดงรายละเอียดตามหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้
1) ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา เป็นส่วนที่แสดงต้นตอของปัญหาในการวิจัยว่าเกิดจากอะไร โดยอาจจะเขียนจากมุมกว้างไปสู่มุมที่แคบลง เขียนอย่างสมเหตุสมผล และสำคัญที่สุด ควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย
2) วัตถุประสงค์ หรือความมุ่งหมายของการวิจัย เป็นส่วนที่บอกวัตถุประสงค์ว่างานวิจัยเรื่องนี้ต้องการศึกษาอะไร
3) ขอบเขตของการวิจัย เป็นส่วนแสดงขอบเขตของประชากร และขอบเขตของเนื้อหาหรือตัวแปรที่เราสนใจศึกษา
4) ข้อตกลงเบื้องต้น (ถ้ามี) เป็นส่วนที่แสดงความเชื่อ แนวคิด และทฤษฎีที่นำมาใช้ในการทำวิจัยครั้งนี้
5) สมมติฐาน (ถ้ามี) เป็นส่วนที่แสดงว่า ก่อนลงมือปฏิบัติการวิจัยนั้น ผู้วิจัยได้คาดเดาคำตอบการวิจัยไว้ว่าอย่างไร ถ้างานวิจัยเป็นงานเชิงเปรียบเทียบ เชิงหาความสัมพันธ์/ สาเหตุ จำเป็นที่ผู้วิจัยจะต้องกำหนดสมมติฐานไว้ล่วงหน้า แต่หากเป็นงานวิจัยเชิงสำรวจผู้วิจัย ก็ไม่จำเป็นต้องใส่สมมติฐาน
6) นิยามศัพท์เฉพาะ เป็นส่วนที่แสดงการอธิบายศัพท์บางคำที่ใช้กับงานวิจัยเรื่องนี้ โดยทั่วไปจะเป็นศัพท์เฉพาะสาขาวิชาที่ผู้อื่นไม่ค่อยรู้จัก หรือเป็นศัพท์ที่ใช้เฉพาะในการวิจัยเรื่องนี้
7) ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย เป็นส่วนที่แสดงประโยชน์ที่ได้จากงานวิจัย เรื่องนี้ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ (ก) ประโยชน์ในเชิงวิชาการ คือ ประโยชน์ที่ได้ค้นพบจากการทำวิจัยเรื่องนี้ ซึ่งสามารถดูได้จากวัตถุประสงค์ของงานวิจัยว่า เราได้องค์ความรู้อะไรบ้าง และ (ข) ประโยชน์ในการนำไปใช้ คือ ประโยชน์สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะนำผลการวิจัยไปใช้ในด้านใดบ้าง
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นส่วนที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎีในเนื้อหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยเรื่องนี้ ส่วนใหญ่ในการเขียนจะเขียนส่วนที่เป็นแนวคิดและทฤษฎีก่อน แล้วจึงตามด้วยส่วนที่เป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำวิจัยเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม การเขียนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง หัวข้อต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ต้องสัมพันธ์กับงานวิจัย ผู้วิจัยควรเขียนในแนวการวิเคราะห์สังเคราะห์โดยในการเขียนต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มาและเขียนการอ้างอิงที่ถูกต้องตามหลักการเขียนการอ้างอิง และควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ
บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย
วิธีดำเนินการวิจัย เป็นส่วนที่แสดงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยตามหัวข้อต่อไปนี้
1) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง/ แหล่งข้อมูล เป็นส่วนแสดงรายละเอียดว่า ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้หมายถึงใครบ้าง ขอบเขตถึงไหน หากมีการใช้กลุ่มตัวอย่างต้องแสดงว่าได้กลุ่มตัวอย่างมาโดยการสุ่มแบบใด และมีจำนวนหน่วยตัวอย่างเท่าไร และต้องพิจารณาว่ากลุ่มตัวอย่างที่ใช้สามารถให้ข้อมูลตามตัวแปร หรือวัตถุประสงค์ที่สนใจศึกษาครบทั้งหมดหรือยัง
2) เครื่องมือในการวิจัย เป็นส่วนแสดงรายละเอียดว่ามีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยกี่ชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะเป็นอย่างไร มีวิธีการดำเนินการสร้างอย่างไร มีการหาคุณภาพและได้ผลเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เครื่องมือในการวิจัยผู้วิจัยอาจใช้วิธียืมจากงานวิจัยอื่นที่มีการสร้างและมีคุณภาพมาใช้ในงานวิจัยได้ โดยอาจมีการหาคุณภาพซ้ำอีกครั้งก่อนนำไปรวบรวมข้อมูลจริงต่อไป
3) การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นส่วนแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลว่า ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลในแต่ละขั้นตอนอย่างไร ในแต่ละขั้นตอนใช้เครื่องมือชุดไหนในการเก็บรวบรวมข้อมูล และใครเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งการรวบรวมข้อมูลต้องครอบคลุมวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษาทั้งหมดด้วย
4) การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ เป็นส่วนแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดในการทำวิจัยเรื่องนี้ ผู้วิจัยอาจแบ่งการวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้เป็น 2 ส่วน คือ (ก) การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือ และ (ข) การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ผลการวิจัย
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยบางเรื่องอาจมีเกณฑ์ในการแปลผลการวิเคราะห์ ผู้วิจัยสามารถเขียนต่อท้ายจากหัวข้อการวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ได้เลย
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ในบทที่ 4 จะเป็นการแสดงรายละเอียดการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่ตั้งไว้ การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลจะเขียนตามลำดับวัตถุประสงค์ในการวิจัย
ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล อาจนำเสนอในรูปข้อความ ข้อความกึ่งตาราง หรือตาราง หรือรูปภาพก็ได้ตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตามในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยจะต้องนำเสนอผลการวิเคราะห์ไปตามความจริง การแปลผลควรแปลผลเฉพาะประเด็นสำคัญ ไม่เขียนวกวนซ้ำซ้อน ต้องระมัดระวังการคัดลอกตัวเลขและการแปลความ และที่สำคัญห้ามนำความคิดเห็นของผู้วิจัยเข้าไปอธิบายประกอบ
บางครั้งในการวิเคราะห์ข้อมูลอาจมีอักษรย่อและสัญลักษณ์จำนวนมาก ผู้วิจัยอาจนำเสนออักษรย่อและสัญลักษณ์ก่อนที่จะนำเข้าสู่การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลก็ได้
บทที่ 5 บทสรุป
บทสรุป เป็นส่วนแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับบทสรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นบทสุดท้ายในส่วนของเนื้อความ รายละเอียดของบทนี้ ประกอบด้วย
1) สรุปผลการวิจัย เป็นส่วนแสดงบทสรุปความสำคัญจากงานวิจัย โดยส่วนใหญ่จะแสดงวัตถุประสงค์งานวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย และผลการวิจัยที่ค้นพบ ในหัวข้อนี้จะเป็นการเขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่นำเสนอตัวเลขทางสถิติที่ซับซ้อน โดยถือว่าเป็นสรุปสาระสำคัญของการทำวิจัยเรื่องนั้นจริง ๆ
2) อภิปรายผล เป็นส่วนแสดงการให้เหตุผลว่าทำไมงานวิจัยจึงได้ผลเช่นนั้น
ข้อค้นพบเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่ ในการอภิปราย ผู้วิจัยควรอภิปรายผลการวิจัยโดยอาศัยแนวคิด ทฤษฎี และผลการวิจัยต่าง ๆ ที่ได้สรุปไว้ในบทที่ 2 ว่าผลการวิจัยมีความเหมือนความต่างจากงานวิจัย หรือจากแนวคิดทฤษฎีของผู้อื่นที่ได้สรุปไว้ในบทที่ 2 อย่างไรในการอภิปรายผลผู้วิจัยสามารถใช้ความคิดเห็นส่วนตัวประกอบได้
3) ข้อเสนอแนะ เป็นส่วนของการนำเสนอความคิดเห็นของผู้วิจัยให้ผู้อ่านทราบว่าเมื่อนำงานวิจัยเรื่องนี้ไปใช้ ผู้วิจัยจะมีข้อเสนอแนะอะไรบ้าง และหากจะวิจัยในครั้งต่อไปผู้วิจัยจะเสนอแง่มุมให้นักวิจัยคนอื่นอย่างไร โดยทั่วไปหัวข้อของข้อเสนอแนะจะแบ่งเป็น 2 หัวข้อ คือ (ก) ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้ และ (ข) ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
ส่วนประกอบตอนท้าย
ส่วนประกอบตอนท้าย เป็นส่วนอ้างอิงและสนับสนุนเพื่อให้งานวิจัยเรื่องนี้ให้มี
ความน่าเชื่อถือ มีรายละเอียดตามหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้
1) บรรณานุกรม/ เอกสารอ้างอิง เป็นส่วนแสดงรายชื่อสิ่งพิมพ์ สื่อต่าง ๆ ที่ผู้วิจัยใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในงาน
Day: May 16, 2021
-

การเขียนรายงานการวิจัยแบบฉบับสมบูรณ์
-

5 ข้อสงสัยเกี่ยวกับบริการรับทำวิจัย ที่คุณควรรู้
5 ข้อสงสัยเกี่ยวกับบริการรับทำวิจัย ที่คุณควรรู้
คงมีผู้เรียนหรือผู้วิจัยหลายๆ ท่าน ที่กำลังสงสัย ยังคลางแคลงในเกี่ยวกับบริการรับทำวิจัย หรือการว่าจ้างทำงานวิจัยเป็นอย่างมาก ว่าหากทำการว่าจ้างแล้วจะเป็นอย่างไร จะมีผลอย่างไรกับการศึกษาของตนเองหรือไม่ ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้นแต่จะมีประสิทธิภาพหรือไม่ และอีกมากมาย
บทความนี้ทางเราฯ จะขอตอบ 5 ข้อสงสัยเกี่ยวกับบริการรับทำวิจัย ที่คุณควรรู้ ซึ่งเป็นข้อสงสัยที่พบบ่อยมากตั้งแต่ให้บริการรับทำงานวิจัยมา เริ่มโดย…- บริการรับทำวิจัยไม่ธุรกิจที่ผิดกฎหมาย
เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงสงสัยว่า “บริษัทรับทำวิจัย บริการรับทำวิจัย หรือการว่าจ้างทำงานวิจัย งานวิทยานิพนธ์ หรืองานดุษฎีนิพนธ์นั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือป่าว?”
ทางเราขอตอบให้เข้าใจตรงกัน ว่าบริษัทรับทำวิจัย บริการรับทำวิจัย หรือการว่าจ้างทำงานวิจัยของผู้เรียนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด
เนื่องจากบริการรับทำวิจัย หรือการว่าจ้างทำงานวิจัย ถือเป็นเพียงเครื่องมือในการช่วยทำรูปเล่มเนื้อหาของงานวิจัยให้เท่านั้น ไม่ใช่การซื้อวุฒิการศึกษาแต่อย่างใด
เพราะผู้เรียนที่ว่าจ้างทำงานวิจัยต่างๆ นั้น ยังคงต้องเข้าเรียนให้ครบตามกำหนดของหลักสูตร ต้องส่งงานให้กับทางอาจารย์ประจำวิชาให้ครบ เพื่อให้ได้คะแนนเก็บของแต่ละรายวิชาเหมือนเดิม - การว่าจ้างบริษัทนับทำวิจัยสามารถจบออกมาได้อย่างประสิทธิภาพไหม
ผู้เรียนหลายต่อหลายคนสงสัยกันมากว่า “ผู้เรียนที่ว่าจ้างให้ช่วยทำงานวิจัยให้นั้น เมื่อจบการศึกษาจะมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ในเมื่อไม่ลงมือทำด้วยตนเองจะตอบคำถามอาจารย์ที่ปรึกษาหรือคณะกรรมที่ตรวจงานวิจัยได้อย่างไร”
ในการว่าจ้างทำงานวิจัย เริ่มตั้งแต่การว่าจ้างทำงานวิจัย ผู้ว่าจ้างจะต้องเป็นผู้กำหนดชื่อหัวข้อ ลักษณะความต้องการ ข้อมูลที่ต้องใช้ ก่อนว่างานวิจัยที่ต้องการศึกษานั้นเป็นรูปแบบใด ซึ่งข้อมูลข้างต้นนี้จะต้องผ่านการอนุมัติจากอาจารย์ที่ปรึกาษาวิจัยแล้ว จึงจะสามารถดำเนินการว่าจ้างได้
และเมื่อแจ้งความต้องการเรียบร้อยแล้ว บริษัทรับทำวิจัยจะดำเนินตามแผนที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้กำหนด ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของจ้อมูลเมื่อรับงานว่าข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง ทำความเข้าใจ และศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างตัวแปรต้นและตัวแปรตามว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง
ซึ่งในส่วนนี้ผู้เรียนหรือผู้ว่าจ้างจะมีความเข้าใจในเนื้อหาของงานวิจัย ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการทำงานวิจัยด้วยตนเอง ทำให้ผู้เรียนที่จ้างทำงานวิจัยสามารถจบการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ ไม่ต่างจากผู้เรียนที่ทำงานวิจัยด้วยตัวเอง - ถ้าเทียบกับสิ่งที่จะได้รับ การว่าจ้างทำงานวิจัยได้ไม่แพงอย่างที่คิด
เมื่อหลายคนเข้าใจแล้วว่า การว่าจ้างทำวิจัยสามารถที่จะจบการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง โดยที่ไม่ต่างจากการดำเนินงานด้วยตัวเองแล้ว แต่บางคนก็ติดที่ว่า “การว่าจ้างทำวิจัยกับบริษัทรับทำวิจัยนั้นมีค่าสูง”
ใขข้อนี้ เราขอแนะนำว่าถ้าคุณไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับเรื่องของเวลา หรือภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ ก็สามารถที่จะทำงานวิจัยด้วยตนเองได้
แต่ถ้าเทียบกับผู้เรียนที่เป็นบุคคลวัยทำงาน มีครอบครัวแล้ว มีหน้าที่หลายหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และไม่อยากให้เกิดผลกระทบในหน้าที่นั้นๆ ขอแนะนำเลยว่าการจ้างทำวิจัยเป็นทางออกที่ดีอีกทางหนึ่ง ที่จะทำให้คุณได้งานวิจัยที่มีคุณภาพจากผู้มีประสบการณ์ และเชียวชาญเกี่ยวกับการทำงานวิจัย
โดยเฉพาะจะทำให้ผู้ว่าจ้างหรือคุณจบการศึกษาได้ตามความต้องการอย่างแน่นอน แถมยังทำให้คุณมีเวลาที่จะทำหน้าที่ต่างๆ ไม่ให้ขาดตกบกพร่องต่อหน้าที่ในส่วนอื่นๆ อีกด้วย - ช่วยย่นระยะเวลาในการศึกษา
อีกหนึ่งข้อสงสัยที่หลายคนยังไม่รู้ก็คือ “การว่าจ้างทำวิจัยสามารถช่วยย่นระยะเวลาให้จบการศึกษาได้ไวยิ่งขึ้นจริงหรือ”
การว่าจ้างทำวิจัยนั้นเป็นการว่าจ้างกับบริษัทที่รับทำงานวิจัยโดยตรง ซึ่งทางบริษัทรับทำวิจัยแต่ละแห่งจะมีทีมงานที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวการทำวิจัยเป็นอย่างดี ทำให้สามารถที่จะทำงานวิจัยได้อย่างรวดเร็วกว่าผู้เรียนที่ทำงานวิจัยด้วยตนเอง
จึงทำให้งานวิจัยของผู้ว่าจ้างนั้นมีความถูกต้องตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย มีเวลาที่จะศึกษาทบทวนงานได้มากก่อนนำเสนออาจารย์ที่ปรึกษา โดยเฉพาะการแก้ไขงานที่จะสามารถทำได้เร็วกว่าผู้เรียนคนอื่นๆ และแก้ไขไม่กี่ครั้งก็ได้รับความเห็นจากอาจารย์ที่ปรึกษาหรือคระกรรมการในการตรวจสอบงานวิจัยว่าให้ผ่าน และจบการศึกษาได้ง่ายกว่าผู้เรียนหลาย ๆ คนที่ต้องทำเอง - ได้ผลงานที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย
นอกจากจะช่วยย่นระยะเวลาในการทำงานวิจัยและการสำเร็จการศึกษาแล้ว “จะรู้ได้อย่างไรว่าผลงานที่ได้มีคุณภาพ และแบบฟอร์มถูกต้องตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย”
จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า ก่อนว่าจ้างทำงานวิจัย ผู้ว่าจะต้องเตรียมข้อมูลเบื้องต้นให้กับทางบริษัทรับทำวิจัย เพื่อเป็นแผนงานและเป็นแนวทางในการทำงานวิจัยนั้น ข้อมูลเบื้องต้นนั้นจะต้องมีคู่มือวิจัยของมหาวิทยาลัยของผู้ว่าจ้างด้วย เพื่อให้ทีมงานของบริษัทรับทำวิจัยทำงานตามแบบฟอร์มได้อย่างถูกต้อง และไม่เสียเวลาในการแก้ไขงานไปมา
และส่วนใหญ่บริษัทรับทำวิจัยจะมีบริการตรวจสอบการคัดลอกผลงานเป็นการยืนยัน และรับประกันผลงานว่าได้ทำการคัดลอก ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นการละเมิดลิขสิทธ์แต่อย่างใด
5 ข้อสงสัยนี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น เชื่อว่ายังมีหลายๆ คนที่ยังสงสัยเกี่ยวกับบริการรับทำวิจัย หรือการว่าจ้างทำงานวิจัยกับบริษับรับทำวิจัยอยู่อีกมาก หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานวิจัย งานวิทยานิพนธ์ หรืองานดุษฎีนิพนธ์ต่างๆ ทางบริษัทฯ เรายินดีให้คำปรึกษา สามารถติดต่อได้ตามช่องทางด้านล่างครับ
- บริการรับทำวิจัยไม่ธุรกิจที่ผิดกฎหมาย
-

10 ข้อเท็จจริงที่สำคัญที่คุณควรทราบเกี่ยวกับบริการรับทำวิทยานิพนธ์
10 ข้อเท็จจริงที่สำคัญที่คุณควรทราบเกี่ยวกับบริการรับทำวิทยานิพนธ์
การจ้างทำวิทยานิพนธ์ไม่ผิดกฎหมาย
หลายคนที่เคยได้ยินว่ามีการจ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ ก็คงสงสัยกันอยู่บ้างสินะว่า การจ้างทำวิทยานิพนธ์เป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือป่าวางเราจะตอบให้เข้าใจตรงกัน ว่าการจ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกนั้นไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด
เนื่องจากการจ้างทำวิทยานิพนธ์เป็นเพียงเครื่องมือในการช่วยทำรูปเล่มเนื้อหาของงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์เท่านั้น ไม่ได้ถึงการซื้อวุฒิการศึกษาแต่อย่างใด เพราะนักศึกษาที่จ้างทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์นั้นยังต้องเข้าเรียนให้ครบตามกำหนดของหลักสูตร ต้องส่งงานให้กับทางอาจารย์ประจำวิชาให้ครบ เพื่อให้ได้คะแนนเก็บของแต่ละรายวิชาเหมือนเดิม
มีมิจฉาชีพที่จ้องจะเอาเงินคุณ จากการจ้างวิทยานิพนธ์
เมื่อคุณต้องการจะจ้างงานผ่านช่องทางออนไลน์ หรือซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ ก็ตาม คุณควรที่จะต้องระวังมิจฉาชีพในหลาย ๆ รูปแบบที่จะเข้ามาแอบแฝง ปลอมเว็บไซต์ เพื่อชกชวยโอกาสโกงเงินผู้ที่หลงเชื่อ
การปลอมแปลงเว็บไซต์ของบริษัทรับทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ก็มีเช่นเดียวกัน เพราะทางมิจฉาชีพรู้ดีว่า การจ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ต้องมีค่าใช้จ่าย เป็นหลักพัน ถึงหลักหมื่น มิจฉาชีพเหล่านี้จึงอยากที่จะได้เงินของผู้ที่ต้องการจะจ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ ถ้าคุณมีความต้องการที่จะจ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ คุณก็ควรที่จะศึกษาบริษัทหรือเว็บไซต์ให้ดี เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
การจ้างทำวิทยานิพนธ์สามารถจบได้จริง
นักศึกษาหลายต่อหลายคนสงสัยกันมากว่า จ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์จะจบการศึกษาได้อย่างไร เมื่อคุณไม่ลงมือทำด้วยตนเอง คุณจะตอบคำถามอาจารย์ที่ปรึกษาหรือคณะกรรมที่ตรวจงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ได้อย่างไร
ถ้าคุณไม่มีความรู้เกี่ยวกับการจ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ที่แท้จริง คุณก็จะไม่รู้เลยว่า จ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์จริงแล้ว ผู้จ้างหรือนักศึกษาที่จ้างทางบริษัทรับทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์นั้นจะต้องนำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ที่ตนจ้างมาอ่านทความเข้าใจ และศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างตัวแปรต้นและตัวแปรตามว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง
เมื่อนักศึกษาหรือผู้จ้างมีความเข้าใจในเนื้อหาของงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์แล้ว นักศึกษาหรือผู้จ้างก็ไม่ต่างอะไรจากการทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ด้วยตนเอง จึงทำให้นักศึกษาที่จ้างทำวิทยานิพนธ์สามารถจบการศึกษาได้จริง ๆ ไม่ต่างจานักศึกษาที่ทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ด้วยตัวเอง
ค่าใช้จ่ายไม่แพง ถ้าเทียบกับสิ่งที่จะได้รับ
เมื่อหลายคนเข้าใจแล้วว่า การจ้างทำวิทยานิพนธ์สามารถที่จะจบการศึกษาได้จริง ไม่ต่างจากการดำเนินงานด้วยตัวเองแล้ว แต่บางคนก็ติดที่ว่าจ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์กับบริษัทรับทำวิจัยหรือรับทำวิทยานิพนธ์นั้นมีค่าสูง จนทำให้หลายคนที่ยังไม่มีราคาหรือมีรายได้แล้วแต่ไม่อยากจ่าย เลือกที่จะทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ด้วยตนเอง ถ้าคุณไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับเรื่องของเวลาหรือภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ก็สามารถที่จะทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ด้วยตนเองได้
แต่เทียบกับนักศึกษาที่เป็นบุคคลวัยทำงาน มีครอบครัวแล้ว มีหน้าที่หลายหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และไม่อยากที่จะบอพร่องในหน้าที่นั้น ขอแนะนำเลยว่าการจ้างทำวิทยานิพนธ์เป็นทางออกที่ดีอีกทางหนึ่ง ที่จะทำให้คุณได้งานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพ จากผู้มีประสบการณ์ และเชียวชาญเกี่ยวกับการทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์โดยเฉพาะ ซึ่งจะทำให้ผู้จ้างหรือคุณจบการศึกษาได้ตามความต้องการอย่างแน่นอน แถมยังทำให้คุณมีเวลาที่จะทำหน้าที่ต่าง ๆ ไม่ให้ขาดตกบกพร่องอีกด้วย
การจ้างทำวิทยานิพนธ์ไม่ใช่เรื่องยาก
ขั้นตอนในการจ้างทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักศึกษาที่ต้องการจะจ้างทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ ตัดสินใจไม่อยากจ้างทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ และลงมือทำด้วยตนเองแทน เนื่องจากอาจจะเคยได้ยินการจ้างงานในอดีตว่า มีความยุ่งยาก
แต่ความจริงแล้วไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่คุณค้นหาและเลือกบริษัทที่คุณต้องการจะจ้างทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ เมื่อคุณเลือกที่จ้างกับบริษัทที่ต้องการได้แล้ว คุณก็เพียงติดต่อไปทางบริษัทที่ตนต้องการจะจ้างทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ และคุณข้อมูลที่จำเป็นในการทำงานวิจัยหรือแนวทางในการทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ของคุณแก่ทางบริษัทรับทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์
หลังจากนั้นมัดจำค่าจ้างทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถที่จะรอรับงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ได้เลย
การจ้างทำวิทยานิพนธ์คุ้มกว่าการลงมือทำเอง
หลายคนสงสัยว่า นักศึกษาบางคนจ้างทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ทำไม จ้างทำแล้วคุณภาพงานจัดไหม จะคุ้มค่าหรือป่าว และถ้าจ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์แล้วคุ้มค่ากว่าการทำด้วยตนเองอย่างไรบ้าง
จะคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่านั้นขึ้นที่ว่าคุณจ้างทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์เพื่ออะไร ถ้าคุณต้องการที่จะจ้างทำ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องทำงานงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ด้วยตนเอง เพื่อที่จะได้เอาเวลาที่ต้องมาทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ไปประกอบอาชีพ หรือเอาเวลาไปให้กับครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนฝูง เพียงเท่านี้ก็น่าจะมีความคุ้มค่ามากแล้วนะ เทียบกับการทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ด้วยตนเอง แต่ต้องสละเวลาอันเป็นส่วนที่จะต้องมีให้กับครอบครัว คนรัก เพื่อนฝูง หรือเวลาที่ต้องพักผ่อนมาหลังจากการทำงาน
และอีกสิ่งที่จะทำให้นักศึกษารู้สึกคุ้มค่ามากกว่าการลงมือทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ด้วยตนเอง นั้นก็คือการที่งานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ ถูกต้องตามกฎ ระเบียบของมหาวิทยาลัยก่อนกำหนด ซึ่งส่งผลให้นักศึกษาที่จบการศึกษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยเนื่องจากบริษัทจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์เป็นอย่างดี จึงทำให้สามารถทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ให้ผ่านได้อย่างรวดเร็ว
ช่วยย่นระยะเวลาในการศึกษา
อีกหนึ่งข้อเท็จจริงที่หลายคนยังไม่รู้ก็คือ การจ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ช่วยย่นระยะเวลาให้จบการศึกษาได้ไวยิ่งขึ้น เนื่องจากการจ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์นั้นเป็นการจ้างกับบริษัทที่รับจ้างทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์โดยตรง ซึ่งทางบริษัทที่รับทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์จะมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวการทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์เป็นอย่างดี ทำให้สามารถที่จะทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ได้อย่างรวดเร็ว กว่านักศึกษาที่ที่จะทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ด้วยตนเอง
จึงทำให้งานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ของผู้จ้างนั้นมีความถูกต้องตามกฎ ระเบียบของมหาวิทยาลัย ทำให้นักศึกษาที่ทำการจ้างกับบริษัทนั้น มีการแก้ไขไม่กี่ครั้งก็ได้รับความเห็นจากอาจารย์ที่ปรึกษาหรือคระกรรมการในการตรวจสอบงานวิจัยว่าให้ผ่าน และจบการศึกษาได้ง่ายกว่านักศึกษาหลาย ๆ คนที่ต้องทำเอง ที่อาจจะต้องแก้ไขหลายรอบจน ถึงจะผ่าน
มีเวลาในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่
ข้อดีอีกข้อที่เป็นข้อเท็จจริงที่ผู้จ้างหรือนักศึกษาที่จ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์จะได้รับ คือ การได้รับอิสรภาพทางเวลาที่มากกว่านักศึกษาที่ต้องทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ด้วยตนเอง กล่าวคือ นักศึกษาหรือผู้จ้างจะไม่ต้องสละเวลาจากการใช้ชีวิตประจำวันตามปกติมาเปลี่ยนแปลงและจัดระบบเวลาใหม่ เพื่อที่จะได้มีเวลาในการทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ของตนเอง เสร็จได้ตามกำหนดที่ทางมหาวิทยาลัยตั้งไว้หรือเรียกอีกอย่างว่า จบการศึกษาตามหลักสูตร
แต่ถ้านักศึกษาจ้างให้ทางบริษัทรับทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ทำแทน นักศึกษาที่จ้างก็จะมีเวลาที่จะไปใช้ชีวิตกับสิ่งต่างที่ตนต้องการได้ตามสบาย ไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยว ไปออกกำลังกาย หรือจะไปทำอะไรก็ตามที่อยากจะทำได้เลย
วิทยานิพนธ์มีคุณภาพ และถูกต้องตามกฎ ระเบียบของมหาวิทยาลัย
นอกจากนักศึกษาที่จ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์จะได้รับอิสรภาพทางเวลาที่ไม่ต้องทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ด้วยตนเองแล้ว นักศึกษายังไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ของตนเองเลย
เนื่องจากเมื่อทางบริษัทที่รับทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ได้รับเงินมัดจำและคำสั่งจากผู้จ้างแล้ว ทางบริษัทจะใช้ความรู้ ความสามารถ และความเชียวชาญที่สะสมมาดำเนินงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ให้ผู้จ้างอย่างเต็มที่ เพื่อให้งานทุกชิ้นมีคุณภาพ และถูกต้องตามกฎ ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัย และสุดท้ายทำให้นักศึกษาที่จ้างจบการศึกษาได้ตามความต้องการ
การจ้างทำวิทยานิพนธ์จะจบได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้จ้าง
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด อีกหนึ่งอย่าง คือ การให้ความร่วมมือระหว่างนักศึกษาหรือผู้จ้างกับทางบริษัทที่รับทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ ที่จะต้องมีการติดต่อประสานงานกัน โดยสิ่งสำคัญ คือ ผู้จ้างหรือตัวนักศึกษาจะต้องมีติดต่อกับอาจารย์ที่ปรึกษาเกี่ยวกับ งานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ของตนว่า มีส่วนไหนที่ต้องแก้ไขบาง เพื่อที่จะได้จัดทำรายละเอียดในการแก้ไขให้เป็นลายลักษณ์อักษร และส่งต่อให้กับทางบริษัทรับทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ได้แก้ไขได้อย่างตรงความต้องการของอาจารย์ที่ปรึกษา
เพียงเท่านี้ลูกค้าก็จะได้รับงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ และจบการศึกษาได้เหมือนกับนักศึกษาที่ต้องทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ด้วยตนเองแล้วThis entry was posted in รับทำวิทยานิพนธ์ and tagged จ้างทำวิจัย 5 บท, จ้างทําวิจัย, จ้างทําวิจัย ป.ตรี, จ้างทําวิจัย ราคา, จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่, จ้างทําวิทยานิพนธ์ ที่ไหนดี, บริษัทรับทำวิจัย, รับ ทำ วิจัย บริหารธุรกิจ, รับ ทำ วิจัย รัฐศาสตร์, รับ ทำ วิจัย ออนไลน์, รับ ทํา วิจัย ป ตรี, รับ เขียน งาน วิจัย, รับจ้างทํา วิจัยในชั้นเรียน, รับจ้างทําวิจัย 5 บท, รับจ้างทําวิจัย 5 บท ราคา, รับจ้างทําวิจัย ป.โท, รับจ้างทําวิจัย ราคา, รับจ้างทําวิทยานิพนธ์, รับทำวิจัย, รับทำวิจัย ราคา, รับทำวิทยานิพนธ์, รับทำวิทยานิพนธ์ ราคา, รับทํา วิจัยการตลาด, รับทํางานวิจัย การตลาด, รับทํางานวิจัย ด่วน, รับทํางานวิจัย ราคาถูก, รับทําวิจัย ป.ตรี, รับทําวิจัย ป.โท, รับทําสารนิพนธ์, รับทําสารนิพนธ์ ราคา, รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ, ราคา รับ ทำ วิทยานิพนธ์, ราคา รับ ทำ วิทยานิพนธ์ ปริญญา เอก, ราคา รับ ทำ วิทยานิพนธ์ ปริญญา โท.
-

ชี้จ้างทำวิทยานิพนธ์ถูกริบใบปริญญา
ชี้จ้างทำวิทยานิพนธ์ถูกริบใบปริญญา
ศ.ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า จากการที่ได้มีการประกาศเชิญชวนให้เข้ารับคำปรึกษาและมีการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์หรือดุษฎีนิพนธ์ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียนั้น อว. ขอชี้แจงให้ทราบว่าการเรียนการสอนในระดับปริญญาโท-เอก ของสถาบันอุดมศึกษานั้น ผู้เรียนต้องมีการทำวิทยานิพนธ์ อีกทั้งผลงานวิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือระดับนานาชาติที่มีคุณภาพ จึงจะถือว่าสำเร็จการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาได้ ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.2562 ได้บัญญัติไว้ว่า “เพื่อประโยชน์ในการรักษามาตรฐานการอุดมศึกษา หลักธรรมาภิบาลและความซื่อสัตย์สุจริตทางวิชาการ ห้ามมิให้ผู้ใด จ้าง วาน ใช้ให้ผู้อื่นทำผลงานทางวิชาการเพื่อไปใช้ในการเสนอเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา” รวมทั้งประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องแนวทางบริหารเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2558 กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาจัดระบบตรวจสอบการคัดลอกผลงาน หากตรวจพบว่ามีการคัดลอก มีการซ้ำซ้อนกับงานของผู้อื่น หรือพบว่ามีการจ้างทำรายงานการค้นคว้าอิสระ หรือวิทยานิพนธ์ ให้สถาบันอุดมศึกษาพิจารณาถอดถอนรายงานการค้นคว้าอิสระหรือวิทยานิพนธ์ชิ้นนั้น
“อว.ขอเตือนนิสิตนักศึกษาที่กำลังหลงเชื่อการจ้างทำวิทยานิพนธ์ดังกล่าวนี้ เมื่อมหาวิทยาลัยตรวจพบว่าเข้าข่ายคัดลอกผลงานผู้อื่น หรือจ้างทำวิทยานิพนธ์/ดุษฎีนิพนธ์ อาจมีผลให้ไม่สามารถสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร หรือแม้กระทั่งเรียนจบไปแล้ว ไปทำงานแล้ว ก็จะถูกถอนใบปริญญา จึงอยากจะให้นิสิตนักศึกษาตระหนักในเรื่องนี้เพราะเมื่อเป็นคนเก่งแล้วต้องเป็นคนดีของสังคมด้วย” เลขาธิการ กกอ.กล่าว.