เคล็ดลับการเรียน – เรียนให้เป็น ไม่ใช่เรียนให้หนัก
ทุกคนต่างก็มีวิธีการเรียนเป็นของตัวเอง เพราะการเรียนให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไม่มี ‘สูตรสำเร็จ’ เพียงสูตรเดียว ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการเรียน คือวิธีที่เหมาะสมกับตัวเราที่สุด
แทนที่จะ ‘เรียนให้หนัก’ เราควรจะ ‘เรียนให้เป็น’ ถามตัวเราเองว่า จะสร้างสุขนิสัยที่ดีในการเรียนให้ได้ประโยชน์เต็มที่อย่างไรบ้าง วิธีนี้นอกจากจะช่วยลดความเครียดแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาที่เสียไปกับการเรียนได้อีกด้วย
สถานที่นั้น สำคัญไฉน?
แม้งานวิจัยบางชิ้นพบว่าคาเฟ่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทำการบ้านและอ่านหนังสือ (บรรยากาศเสียงรอบข้าง อุณหภูมิอบอุ่น แสงสบายตา ยังไม่รวมกาแฟแก้ง่วงที่ขายในร้าน) แต่ข้อสรุปนี้ก็ไม่ได้เป็นจริงสำหรับทุกคนเสมอไป
หากเป็นคนหนึ่งที่ความพลุกพล่านและเสียงรอบตัวในคาเฟ่ทำให้สมาธิกระเจิดกระเจิง ลองเปลี่ยนที่อ่านหนังสือจากคาเฟ่มาเป็นห้องสมุดสาธารณะเงียบสงบใกล้บ้านดูสิ
อีกทางเลือกที่คนนิยมคือการอ่านที่บ้าน ซึ่งบางครั้งความสะดวกสบายของบ้านตัวเองเป็นอุปสรรคตัวร้ายที่ทำให้ไม่ได้อ่านหนังสืออย่างเต็มที่ บางครั้งเราก็อยากอ่านหนังสือชิวชิว แต่ก็ไม่ชิวถึงขั้นอยากล้มตัวลงนอนบนเตียงซะหน่อย
เสียง…มากน้อยแค่ไหนถึงจะดี?
จากการศึกษาพบว่า บรรยากาศเงียบๆ ช่วยเราเอาชนะการทำงานยากๆ ได้ แต่ก็มีบางส่วนเห็นว่า เสียงรอบข้างแบบพอดีๆ ไม่ดังจนเกินไปต่างหากที่ช่วยให้เราทำงานได้ดีกว่า
จากการทดลองพบว่า เสียงรอบข้างประมาณ 70 เดซิเบล (แบบที่ได้ยินตามคาเฟ่ทั่วไป) ดีต่อการทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่หากดังมากไปกว่านั้น (อย่างการอยู่ในคาเฟ่ที่เสียงดัง หรือนั่งใกล้เครื่องบดกาแฟ) อาจส่งผลให้เกิดความดันโลหิตและความเครียดที่เพิ่มขึ้น ทำให้สมองรับข้อมูลได้น้อยกว่าปกติ
บางคนชอบฟังเพลงคลอไปขณะอ่านหนังสือหรือทำการบ้าน ซึ่งหลายคนก็มองว่าทำให้เสียสมาธิ ลอง
ฟังแนวเพลงที่จะไม่ทำให้เราหลุดโฟกัสขณะอ่านหนังสือ เช่น เพลงนีโอคลาสสิคของ Nils Frahm, Max Richter, Olafur Arnalds เพลงแจ็สของ Chet Baker, Dave Brubeck, Jimmy Smith, Duke Jordan เพลงโมเดิร์นอย่าง Mogwai, BADBADNOTGOOD, Nightmares on Wax เป็นต้น
เรียนช่วงไหนเวิร์คสุด?
ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับคำถามนี้ นักวิจัยบางคนแนะนำว่าให้ใช้เวลาช่วงเช้าเรียนบทเรียนใหม่ๆ และนำความรู้ตรงนั้นมาปรับใช้กับความรู้เดิมที่มีอยู่แล้วในช่วงกลางวัน-เย็น แต่สุดท้า ยแล้วก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน
ตอนเช้า
ร่างกายเรามีพลังงานเหลือเฟือ
มีสถานที่ให้เลือกเยอะมากกว่า
หากมีคำถามไม่เข้าใจก็สามารถถามคนอื่นได้ทันที
แสงธรรมชาติดีต่อสายตาและสมาธิมากกว่า
แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้เสียสมาธิมากกว่า
ตอนกลางคืน
• เงียบสงบ
• ช่วงกลางคืน ความคิดสร้างสรรค์เราจะโลดแล่นมากกว่าปกติ รับรู้คอนเซ็ปต์ต่างๆ ในมุมมองที่ต่างจากเดิม
• มีสถานที่ให้เลือกน้อยลง ซึ่งสถานที่เหล่านั้นก็มักจะคนน้อย
• บางงานวิจัยพบว่ามนุษย์กลางคืนฉลาดกว่าคนที่ตื่นเช้า
เรียนนานแค่ไหน?
การพักสายตาจากการอ่านหรือการเรียนเป็นเรื่องสำคัญ นักสังคมศาสตร์ได้ทำการทดลองและพบว่า
52 นาที เป็นเวลาที่เหมาะสมต่อการเรียนในหนึ่งช่วง ก่อนที่จะพักอีก 17 นาที แม้ว่าจะฟังดูตลก แต่ว่าหัวใจสำคัญของการพักนั้น ไม่ใช่แค่การอู้งานเฉยๆ แต่เป็นการทำให้เราสามารถกลับมาเรียนต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การเรียนหรืออ่านหนังสือติดต่อกันนานๆ ทำให้สมาธิลดลงเรื่อยๆ จนง่วงนอน ลองละสายตาจากหนังสือสักครู่แล้วทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกายเล็กน้อย จะสังเกตได้ว่าเราจะมีสมาธิกับการเรียนมากขึ้น แถมสมองยังรับข้อมูลได้มากกว่าการอ่านหนังสือยาวๆ โดยไม่พักเลย
คนเดียวหัวหายหรือสองคนเพื่อนตาย?
ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องที่เราเรียนเป็นเรื่องอะไร มีการค้นพบว่าการเรียนเป็นกลุ่มได้ผลมากกว่าเรียนคนเดียว เพราะช่วยให้เกิดการกระตุ้นซึ่งกันและกัน สามารถผลัดกันถาม-ตอบเรื่องที่เรียนได้ ช่วยสร้างบรรยากาศที่สนุกสนาน ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อเหมือนเคย
อย่างไรก็ตาม การเรียนเป็นกลุ่มอาจกลายเป็นอุปสรรค เราอาจจะตั้งใจเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งกับเพื่อน
แต่ดันจบลงที่การคุยกันเรื่องไปเที่ยวตอนปิดเทอม ดังนั้น จึงควรเลือกอ่านหนังสือกับเพื่อนที่ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือเหมือนกับเรา และแยกเวลาเล่นกับเวลาเรียนให้เหมาะสม
สุดท้ายแล้ว วิธีเรียนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ วิธีที่เหมาะสมกับตัวเราเองที่สุดต่างหาก ฉะนั้น ก่อนจะเริ่มลงมืออ่านหนังสือครั้งหน้า อย่าลืมนึกถึงสภาพแวดล้อมที่เราชอบที่สุดในการเรียน ยิ่งรู้ว่าเราเหมาะกับบรรยากาศการเรียนแบบไหน ยิ่งทำให้เราเรียนได้อย่างเต็มที่มากขึ้น
Day: January 4, 2021
-

เคล็ดลับการเรียน – เรียนให้เป็น ไม่ใช่เรียนให้หนัก
-

รับทำวิจัย
รับทำวิจัย ให้คำปรึกษาการทำวิทยานิพนธ์ ในทุกขั้นตอน รวมไปถึงให้คำปรึกษาการทำวิจัยเพื่อวินิจฉัยและประเมินองค์กร ด้านการเงิน ด้านการตลาด ด้านการจัดการ และ ด้านกฎหมาย
รับทำวิจัย ให้คำปรึกษาการทำวิจัย วิทยานิพนธ์ และดุษฎีนิพนธ์ สาขาบริหารธุรกิจ (การเงิน การจัดการ การตลาด) เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์และรัฐประสาสนศาสตร์ (MPA&MPPM) นิติศาสตร์ (เฉพาะกฎหมายธุรกิจและกฎหมายระหว่างประเทศ) นิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชน โลจิสติกส์ เป็นต้น
รับศึกษาความเป็นไปได้โครงการลงทุน และ เขียนแผนธุรกิจ ด้วยนักการเงินที่มีประสบการณ์และสำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์การเงินโดยเฉพาะ
รับวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมเขียนผลการศึกษา ด้วยโปรแกรม SPSS AMOS LISREL SAS STATA และ EVIEW
ภายใต้การรับงานและทำงานโดยทีมวิจัยมืออาชีพที่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำวิจัยทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 15 ปี สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ในเนื้อหาทั้งเชิงทฤษฏี การสืบค้นข้อมูล การใช้สถิติวิเคราะห์และแบบจำลอง (Model) ที่ถูกต้องและเหมาะสม แบบ One Stop ServiceProfessionaldatas มุ่งเน้นการทำงานวิจัย ด้วยมาตรฐานการทำงานเดียวกันกับวิจัยองค์กรขนาดใหญ่และองค์กรชั้นนำ มีการเขียนที่มาของปัญหาที่ชัดเจน วัตถุประสงค์ และ สมมติฐานการวิจัยที่สนับสนุนและสอดคล้องกับหัวข้อวิจัย สืบค้นงานวิจัยต่างประเทศและในประเทศที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล เพราะ Literature คือส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่ง ที่ทำให้งานวิจัยมีคุณภาพและได้รับการยอมรับ เนื่องจากเป็นส่วนที่เชื่อมโยงไปสู่การกำหนดตัวแปรต่าง ๆ ที่มีทั้ง Theoretical และ Related Research ที่ Strong พอสำหรับทุกตัวแปรใน Framework ที่นักวิจัยสร้างขึ้น
ต่อยอดด้วยสถิติ เศรษฐมิติ แบบจำลอง (Model) และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมที่ถูกต้องและสอดคล้องกับตัวแปรที่กำหนดขึ้น บ่อยครั้งที่นักวิจัยที่ทำงานวิจัยมาจนถึงในกระบวนการของการเขียนวิธีดำเนินการวิจัย (Methodology) มักประสบปัญหาและความยุ่งยากในขั้นตอนนี้ เพราะเป็นส่วนที่ว่าด้วยเรื่องของคณิตศาสตร์ สถิติ เศรษฐมิติ และเรื่องของโปรแกรมวิเคราะห์ต่าง ๆ ที่บางโปรแกรมค่อนข้างใช้ยากและซับซ้อน หากในขั้นตอนของการศึกษาวิชาระเบียบวิธีวิจัยไม่แตกฉาน รวมไปถึงมีปัญหาในเรื่องของการทำความเข้าใจโปรแกรมวิเคราะห์ต่าง ๆ เช่น SPSS R SAS LIMDEP EVIEW STATA AOMS LISREl และ PLS ซึ่งแต่ละโปรแกรมจะมีความเหมาะสมและความสามารถในการวิเคราะห์สถิติในแต่ละแบบจำลองได้แตกต่างกัน และมีความยุ่งยากและซับซ้อนแตกต่างกันมากด้วย
-

รับทําวิทยานิพนธ์
รับทำวิทยานิพนธ์ รับทําสารนิพนธ์ มืออาชีพ
- รับทําวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำ IS, รับทําค้นคว้าอิสระ รับทำภาคนิพนธ์ระดับ ป.โท-ป.เอก มืออาชีพแบบผู้ช่วยวิจัย
- รับเขียน Essay ,รับทำการบ้าน,รับทํารายงาน,รับทำ Assignment สำหรับนักเรียนต่างประเทศ เช่น Aus,U.K.,U SA etc.
- รับจ้างหาข้อมูล ค้นคว้าตามแหล่งงานวิจัยต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ และอื่นๆ
- รับปรึกษาและรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ แบบผู้ช่วยวิจัย มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญกว่า 10 ปีและมีทีมงานกว่า 10 ท่านคอยดูแลงานวิจัยให้ท่าน (Research Assistant or Dissertation Assistant )
- วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ รับทำค้นคว้าอิสระ รับทำภาคนิพนธ์ และรับทำปัญหาพิเศษ บทความ งานวิชาการ สาขาที่เราดูแล เช่น เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ การเงิน การบัญชี รัฐประศาสนศาสตร์ การค้าระหว่างประเทศ นิเทศศาสตร์ การท่องเที่ยวและการโรงแรม ได้ทั้งสายสังคมศาสตรฺและสายวิทยาศาสตร์
รับทำแผนธุรกิจและแผนการตลาด - รับทำแผนธุรกิจ (Business Plan) และ รับทําแผนการตลาด (Marketing Plan) หรือประเมินความเสี่ยงหรือโอกาสทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และรับปรึกษาทำ TOR และ MOU ระหว่างบริษัทกับบริษัท
- รับทำแผนกลยุทธ์ Five Force Model,STP,SWOT,TOWS,รับทดสอบสินค้าและทดลองผลิตภัณฑ์ ตามระยะเวลาที่กำหนด สำหรับงานนักศึกษา หน่วยงาน และเอกชน
- รับวิเคราะห์ case study และรับเขียน case Study รับแต่ง Essay หรือเขียนบทความวิชาการ หรือรับทำการบ้านภาษาอังกฤษราคาถูกตามระยะเวลาที่กำหนด สำหรับงานนักศึกษาของมหาลัยรัฐและเอกชน
- รับวิเคราะห์งบการเงิน สำหรับนักบัญชี ผู้บริหาร วิเคราะห์งบดุล กำไรขาดทุน วิเคราะห์หลักทรัพย์ ผลตอบแทนและความเสี่ยง เพื่อความเหมาะสมแก่สถานประกอบการหรือ SME ในการยื่นกู้ธนาคารในและต่างประเทศ
รับวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลทางสถิติ - รับทำ SPSS ทั้งสถิติพื้นฐานและสถิติชั้นสูง รับประมวลผลและวิเคราะห์ SPSS โดยหาความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม ใช้โปรแกรม SPSS เวอร์ชั่นล่าสุด โดยนักทำวิจัยและนักสถิติกว่า 100 เรื่อง
- รับวิเคราะห์โมเดลเชิงโครงสร้าง สถิติชั้นสูง ด้วยการประมวลผล โปรแกรม Eview,Minitab, Lisrel โดยทดสอบตามสูตรสมการทางเศรษฐมิติ นัยสำคัญทางสถิติต่างๆ
- รับทํา Power Point รับทำโปรเจ็คนักศึกษา เขียนรายงาน เพื่อนำเสนอผลงานทางวิชาการ จัดรูปเล่ม ตามรูปแบบมหาวิทยาลัยต่างๆ
- รับทำและเก็บแบบสอบถาม รับทำวิจัยเชิงสำรวจ วิจัยตลาด รับทํา Focus Group ครบวงจรทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด มีทีมงานเก็บข้อมูล รับทำทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน
-

รับทำภาคนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำค้นคว้าอิสระ และรับทำปัญหาพิเศษ
รับทำภาคนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำค้นคว้าอิสระ และรับทำปัญหาพิเศษ
23
NOV
รับทำภาคนิพนธ์ – รับทําภาคนิพนธ์ ส่วนใหญ่แล้วเหมาะกับนักศึกษาที่ต้องเรียนหลักสูตรแผน ข.ที่ต้องทุ่มเทกับการสอบ และการทำภาคนิพนธ์ในแต่ละครั้งอาจใช้ระยะเวลาหรือความเข้าใจจำนวนมาก ทำให้นักศึกษาส่วนมากไม่เข้าใจในการทำภาคนิพนธ์ ดังนั้น การสอนหรือการปรึกษานักวิจัยเป็นตัวเลือกที่ประหยัดเวลาและคุ้มค่าในการดูแลงานภาคนิพนธ์ รับปรึกษา หางานวิจัยและรับทำงานวิจัยพร้อมกับดูแลทํางานวิจัยไปด้วยกัน เพื่อเป้าหมายคือความสำเร็จการศึกษา
รับทำวิจัย – รับทําวิจัยในระดับชั้นเรียน ส่วนใหญ่มักกระทำภายในมหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันการทำวิจัยมีประโยชน์กว้างขวางในภาครัฐและเอกชน โดยสามารถทำวิจัยเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เช่น การวิจัยตลาด รับทำงานวิจัย รับวิจัยผู้บริโภค วิจัยผลิตภัณฑ์ วิจัยรูปแบบการดำเนินธุรกิจ วิจัยเชิงกลยุทธ์ เพื่อศึกษาและเข้าใจสภาพท้องถิ่นตามนโยบายของรัฐเพื่อแก้ปัญหาสังคม
รับทำค้นคว้าอิสระ – รับทําค้นคว้าอิสระ เป็นการหาปัญหางานวิจัยที่นักศึกษาต้องการอยากทำวิจัยเรื่องอะไร เป็นการศึกษาด้วยตนเอง แต่บางครั้งงานวิจัยมีข้อจำกัดด้านความยุ่งยากในงานวิจัย เช่น ระยะเวลาการวิจัย หรือการเข้าถึงแหล่งงานวิจัยต่างๆ ทำให้ผู้วิจัยไม่สามารถดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ ทำให้ผู้วิจัยต้องศึกษาสภาพความพร้อมในการทำค้นคว้าอิสระอยู่เสมอ -

รับวิจัยตลาด ราคากันเอง บริการแจกแบบสอบถาม
รับวิจัยตลาด ราคากันเอง บริการแจกแบบสอบถาม รวบรวมและประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล อาจทำลักษณะแจกแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ หรือการสำรวจ
แผนการตลาด วิจัยตลาด marketing research
ทำไมต้องทำวิจัยตลาด?บริษัทชั้นนำต่างๆ ให้ความสำคัญกับแผนก Research & Develop (R&D) เพื่อวิจัยกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งมีพฤติกรรม หรือความชอบที่เปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่างๆโดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสินค้าและบริการ ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดวิจัยตลาด marketing research
การวิจัยตลาด (Market Research)เป็นการรวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นระบบ อันเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย ทางการตลาดที่เฉพาะเจาะจง คู่แข่ง และ/หรือสภาพแวดล้อม ซึ่งมักจะเป็นการรวบรวม ข้อมูลในบางรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการวิจัยขั้นทุติยภูมิ (Secondary Researchหรือที่ มักเรียกว่าการวิจัยบนโต๊ะ Desk Research ) หรือการวิจัยขั้นปฐมภูมิ (Primary Research) ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลโดยตรงจากผู้ตอบคำถาม จุดประสงค์ของโครงการวิจัยตลาดใดๆก็คือ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องที่ทำการศึกษาให้มากขึ้น จากภาวะการแข่งขันที่เข้มข้น ขึ้นทั่วทุกมุมโลก ปัจจุบันการวิจัยตลาดจึงอยู่ในระเบียบวาระในหลายๆองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตามจนการออกแบบสินค้าหรือบริการการวิจัยตลาดของทีมงาน ดีบีฟอบิสเนส ในด้านการวิจัยตลาด มีดังนี้
บริการจัดทำแบบสอบถามทั้งภาษาไทย อังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และอื่นๆ
บริการแจกแบบสอบถาม และรวบรวมข้อมูล
บริการลงสำรวจพื้นที่ พร้อมทำรายงานความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจต่างๆ
ขั้นตอนวิธีการวิจัยมีดังนี้
วิจัยตลาด marketing researchขั้นปัญหา (Problem) เป็นการกำหนดชี้วัดลงไปว่ามีปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
ขั้นตั้งสมมุติฐาน (Hypothesis) เป็นการคาดคะเนคำตอบที่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างมีเหตุผล ก่อนที่จะตรวจสอบคำตอบที่แท้จริง ของคำตอบนั้นๆ
ขั้นรวบรวมข้อมูล (Collecting data) เป็นการศึกษา ค้นหาข้อมูลหรือข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา เพื่อนำมาวิเคราะห์ต่อไป
ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) เป็นการจัดกระทำกับข้อมูลที่รวบรวมมาได้โดยวิธีการทางสถิติหรือตรรกศาสตร์ เพื่อตรวจสอบว่า สมมุติฐานที่ตั้งไว้เป็นจริงหรือไม่
ขั้นสรุป (Conclusion) เป็นการสรุปผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลว่าข้อเท็จจริงของปัญหานั้นคืออะไร
วัตถุประสงค์ของการวิจัยตลาด
เพื่อทำการวิจัยตลาด เหล่าองค์กรอาจตัดสินใจทำโครงการวิจัยด้วยตนเอง ( บางองค์กรอาจใช้ฝ่ายการวิจัยตลาด) หรืออาจใช้บริการ บริษัทหรือที่ปรึกษาด้านการวิจัยตลาด ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ตาม จำเป็นต้องมีการกำหนดเป้าหมายของการวิจัยใดๆก่อนที่จะทำการวิจัย ยกตัวอย่างเช่น ต้องการเรียนรู้อะไรจากการวิจัยและจำเป็นต้องรู้อะไรบ้างหลังจากที่พิจารณาเรื่องของวัตถุประสงค์ การวิจัยตลาดสามารถนำเทคนิคและวิธีการวิจัยหลายๆแบบมาใช้เพื่อให้ได้้ข้อมูลที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลแบบเชิงข้อมูลปริมาณ (Quantitative information) และเชิงข้อมูลคุณภาพ (qualitative information) ซึ่งการนำแต่ละวิธีมาใช้จะขึ้นอยู่กับเป้าหมายของการวิจัย แต่ส่วนมากเชื่อว่าจะได้ผลลัพธ์ที่มีประโยชน์สูงสุดหากรวมสองวิธีนี้เข้าด้วยกันการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research)
วิจัยตลาด marketing researchการวิจัยเชิงปริมาณเป็นการวิจัยเชิงตัวเลขที่มุ่งเน้นความสนใจไปที่การวัดปรากฏการณ์ทางการตลาดและมักจะเกี่ยวเนื่องกับ การวิเคราะห์ทางสถิติ ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารหนึ่งๆอาจขอให้ลูกค้าทำการให้คะแนนการบริการของธนาคารว่ายอดเยี่ยม ดี แย่หรือแย่มาก เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลเชิงปริมาณที่สามารถวิเคราะห์ออกมาในเชิงสถิติได้ ข้อสำคัญของการวิจัยเชิงปริมาณคือผู้ตอบคำถามทุกๆคน จะต้องได้รับคำถามชุดเดียวกัน วิธีการนี้เป็นแบบแผนอย่างมากและมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ถูกสัมภาษณ์หรือผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมาก บางทีเทคนิคเชิงปริมาณที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายที่สุดคือ “การสำรวจวิจัยทางการตลาด” (market research survey) โครงการเหล่านี้เป็นโครงการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลจากหลายๆรูปแบบ เช่น ลูกค้าหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ การสำรวจเชิง ปริมาณสามารถทำได้โดยการส่งทางไปรษณีย์ (ตอบแบบสอบถามด้วยตนเองหรือ self-completion) แบบตัวต่อตัว (ตามถนนหรือที่บ้าน) ทางโทรศัพท์ อีเมล์หรือเทคนิคเวปไซด์ แบบสอบถามเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการรวบรวมข้อมูลจาก การสำรวจ แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมืออันหลากหลายที่ใช้สำหรับการรวบรวมข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)
วิจัยตลาด marketing researchการวิจัยเชิงคุณภาพช่วยให้เกิดความเข้าใจว่าสิ่งต่างๆเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรหรือเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เช่น ผู้ทำการวิจัยทางการตลาด อาจหยุดถามลูกค้าที่ซื้อขนมปังชนิดหนึ่งและถามว่าทำไมถึงเลือกซื้อขนมปังชนิดนั้นๆ ซึ่งไม่เหมือนการวิจัยเชิงปริมาณ เพราะการวิจัยเชิง คุณภาพไม่มีคำถามตายตัว หากมีเพียงแค่แนวทางหัวข้อ (หรือแนวทางการอภิปราย) ที่ใช้ในการสำรวจหัวข้อต่างๆแบบเจาะลึก โดย ส่วนใหญ่การสนทนาระหว่างผู้สัมภาษณ์ (หรือผู้ดำเนินการ/ Moderator) กับผู้ถูกสัมภาษณ์จะดำเนินไปตามความคิดและความรู้สึกของ ผู้ตอบคำถาม เช่นเดียวกันกับเทคนิคเชิงปริมาณ ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ (qualitative methodology) ก็มีอยู่หลากหลายเช่นกัน การวิจัยในรูปแบบนี้ ส่วนมากนิยมทำกันแบบตัวต่อตัว (face-to-face) และหนึ่งในเทคนิคที่รู้จักกันแพร่หลายคือ การอภิปรายกลุ่มการวิจัยตลาด (market research group discussions) (หรือเฉพาะกลุ่ม) ซึ่งมักจะประกอบด้วยกลุ่มเป้าหมาย 6-8 คนกับผู้ทำการวิจัยซึ่งมีหน้าที่ที่ต้องถามคำถาม และดึงเอาคำตอบออกมา กระตุ้นให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สังเกตปฏิกิริยา และทำการบันทึกภาพหรือเสียง -

ป เอก หรือคำนำหน้าว่า ดร. คือความฝันและเป้าหมายที่สำคัญของหลายๆ
ป เอก หรือคำนำหน้าว่า ดร. คือความฝันและเป้าหมายที่สำคัญของหลายๆ คน มีนิสิตทุ่มเทแรงกายและแรงใจเพื่อให้บรรลุความฝันนั้นมากมาย หลายคนประสบความสำเร็จด้วยความราบรื่น และมีอีกหลายคนที่กว่าจะประสบความสำเร็จก็เสียหยาดเหงื่อและนำ้ตาไม่น้อย
ปัจจัยใดบ้างที่ช่วยให้เราบรรลุความสำเร็จนั้น
1) ตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างสม่ำเสมอ…หลายคนจะฮึกเฮิมเฉพาะบางช่วงเวลาที่สำคัญ พอผ่านพ้นเวลาสำคัญนั้นไป ก็เริ่มแผ่วและห่างหายไปอีก เริ่มต้นด้วยการทุ่มเทเรียนรายวิชาบังคับจนผ่าน ต่อด้วยความเครียดเพื่อเตรียมตัวสอบวัดคุณสมบัติ ป เอก พอสอบผ่าน ก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก ขอเวลาพักผ่อน หายใจ หายเครียด บางคนหายไปเป็นเทอม ลืมไปว่าต้องสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์
พอจะสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ก็มาอดหลับอดนอน นั่งเทียนเขียนบ้าง จินตนาการบ้าง อาจหาข้อมูลไม่ดี ไม่ครบทวน หรือเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่แคบเกินไป แต่ก็ทำเพื่อให้ผ่านพ้นการสอบหัวข้อไป หากใครได้คณะกรรมการสายโหด สายแข็ง และเข้าใจในงานที่ประเมิน ก็จะได้รับคำแนะนำที่มีประโยชน์ต่อไปในอนาคต แต่ถ้าใครได้คณะกรรมการที่อาจไม่เข้าใจในเนื้องานและปล่อยผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ก็อาจมีปัญหาในอนาคตได้เช่นกัน
พอสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์เสร็จ ก็พักเหนื่อยอีกรอบ หายไปอีกเป็นปี หรือหลายปี จะรู้ตัวอีกที ก็เทอมสุดท้าย พอเริ่มกลับมาทำวิทยานิพนธ์ อ้าว..หัวข้อเรื่องมันเก่าไปแล้ว มีคนทำไปหมดแล้ว ไม่เหลือประเด็นไหนให้ทำวิจัยเลย แล้วจะตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติได้อย่างไร ลำบากแล้วสิ อาจต้องมานั่งรื้อหัวข้อวิทยานิพนธ์ใหม่ ศึกษา ทำการทดลอง เก็บข้อมูลใหม่อีกรอบ
2) เลือกหัวข้อวิจัยที่สนใจและชอบ…เวลาค้นหางานวิจัยที่เกี่ยวข้องแล้วรู้สึกสนุก ตื่นเต้น เข้าใจ และสามารถจินตนาการต่อไปได้ว่าอยากเห็นอนาคตของประเด็นวิจัยเป็นอย่างไร เวลาที่ทำการทดลอง เก็บข้อมูลจะรู้สึกท้าทาย
หลายคนก็อาจเลือกที่ตัวอาจารย์ก่อน แล้วค่อยเลือกหัวข้อที่อาจารย์สนใจและปรับให้อยู่ในแนวทางที่ตัวเองชอบก็ได้เช่นกัน3) หัวข้อต้องทันสมัยในแง่ของนานาชาติ เพราะต้องตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารนานาชาติ ปริญญาเอกต้องใช้เวลาอยู่กับหัวข้อนี้ไปอีก 3-5 ปี พอปีที่ 5 จะต้องจบแล้ว ปรากฏว่ามีคนทำเรื่องเดียวกับเราเลย หรือเรื่องก็ล้าสมัยไปแล้ว ดังนั้นเวลาคิดหัวข้อวิจัยควรคิดล่วงหน้าไปสัก 5 ปี อย่ามองที่ปัจจุบันว่ามีใครทำอะไรอยู้บ้างเท่านั้น
หลายคน review เพียงเปเปอร์ที่ตีพิมพ์แล้ว บางครั้งไม่เพียงพอ เพราะผลงานที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2016 อาจเป็นงานวิจัยที่ดำเนินการก่อนหน้านี้สัก 3 ปี แล้วก็ได้ นั้นหมายความว่าการต่อยอดจากเรื่องนั้น ก็อาจมีคนอื่นกำลังทำอยู่เช่นเดียวกัน การแข่งขันจึงสูงมาก
4) ประเด็นการทำวิจัยตัองใหม่ ทันสมัย และมีประโยชน์และสามารถทำได้จริงในเชิงปฏิบัติ การออกแบบการทดลอง การวิเคราะห์ผลการทดลอง การสรุปผลการทดลองต้องถูกต้องตามระเบียบวิธีวิจัย
5) พบอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ไม่มีความก้าวหน้า ก็ควรบอกให้ท่านทราบถึงสาเหตุ ไม่ใช่หายไปเฉยๆ บางครั้ง การกลัวที่ปรึกษาดุ แล้วยิ่งหายไป ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น ทำการทดลองไม่ได้ผล ก็ควรแจ้งให้ท่านทราบเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของนิสิต อาจเป็นปัญหาที่เล็กน้อยก็ได้เมื่อช่วยกันแก้ปัญหา
6) ฝึกการนำเสนอผลงานบ่อยๆ ฝึกเขียนบ่อยๆ เพราะการเขียนเชิงวิชาการ แตกต่างจากการเขียนในชีวิตประจำวันอย่างมาก การเขียนต้องมีเหตุมีผล ต้องมีการอ้างอิง ต้องมีการวิเคราะห์และสังเคราะห์
7) ฝึกการยอมรับความคิดเห็นที่ต่าง แล้วนำกลับมาแก้ไขให้งานที่ดีขึ้น ทุกความคิดเห็นไม่ว่าจะเป็นเชิงบวกหรือเชิงลบก็มีประโยชน์ทั้งนั้น หลายคนที่ทิ้งผลการทดลองที่ล้มเหลวโดยไม่ได้มีการพิจารณาว่าความล้มเหลวเป็นผลมาจากอะไร หรือทำไมถึงผิดพลาด ในผลการทดลองที่ผิดพลาดหรือล้มเหลวอาจมีประเด็นที่มีประโยชน์ หรือ สิ่งที่ไม่คาดฝันแฝงอยู่ในนั้น อะไรที่เราคิดว่าไม่มีประโยชน์ แต่อาจมีประโยชน์ก็ได้เช่นกัน
8) ต้องมีจริยธรรมในการทำวิจัยด้วย ไม่ลอกงานคนอื่น ไม่จิตนาการผลการทดลองขึ้นมาจากความฝัน ไม่นำงานของคนอื่นมาเป็นของตน เวลาที่คนอื่นช่วยเราเราควรขอบคุณ
9) สำคัญที่สุดคือ มิตรภาพระหว่างการเรียนการทำวิทยานิพนธ์ในหมู่เพื่อน พี่น้องร่วมสถาบัน จะเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืน ยิ่งให้ยิ่งได้รับ. การแข่งขันกัน เราอาจประสบความสำเร็จในวันนี้ แต่ไม่มีความสุข และอาจไม่ยั่งยืน
10) เมื่อสำเร็จแล้วควรเสริมสร้างความรู้ให้ทันสมัย และใช้ประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ ตนเอง และครอบครัว (ขอเพิ่มเติมข้อคิดเห็นที่ดีๆ จาก ดร. เอกชัย ภู่สละ ศิษย์เก่า TIP)
-

งานวิจารณ์ งานวิจัยเรื่อง “ ประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทย ”
งานวิจารณ์ งานวิจัยเรื่อง “ ประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทย ”
- ชื่อเรื่องงานวิจัย
- สะท้อนเรื่องที่วิจัยหรือไม่
- กระชับหรือไม่
- มีการระบุตัวแปรที่สำคัญหรือไม่
- มีการระบุประชากรที่ศึกษาหรือไม่
- มีการระบุสถานที่ศึกษาหรือไม่
- สะท้อนแนวทางวิธีการศึกษาและวิเคราะห์หรือไม่
ชื่องานวิจัยเรื่องนี้ข้าพเจ้าคิดว่า ยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร คือไม่มีความกะทัดรัด ชัดเจน เพราะชื่อเรื่องมีความยาวเกินไป หากเปลี่ยนไปใช้ “ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย” น่าจะมีความกระชับและสื่อความหมายได้ครอบคลุมกว่าการระบุคำว่าประสิทธิภาพ เนื่องด้วยคำว่า ประสิทธิภาพ ที่ผู้เขียนกล่าวถึงนั้น ประสิทธิภาพหมายถึง
2.บทคัดย่อ Abstract - มีการกล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ ระเบียบวิธี ผลการวิจัย และให้ข้อเสนอแนะหรือไม่
- มีจำนวนคำและความยาวที่เหมาะสมหรือไม่
- กระชับและชัดเจนหรือไม่
- สะท้อนเรื่องที่ศึกษาหรือไม่
บทคัดย่อนี้ข้าพเจ้าคิดว่า มีการกล่าวถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษา บอกถึงแหล่งที่มาของข้อมูลที่ศึกษาว่าเป็นขั้นทุติยภูมิ
3.ปัญหาการวิจัย Research Problem - ปัญหาการวิจัยมีเขียนไว้อย่างชัดเจนหรือไม่ มีการกล่าวถึงในส่วนเริ่มต้นของรายงานวิจัยหรือไม่ มีการเขียนแบบข้อคำถาม หรือเป็นประโยคบอกเล่า
- มีข้อสนับสนุนความเป็นมาความสำคัญหรือความรุ่นแรงของปัญหาหรือไม่
- มีการกล่าวถึงงานวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และมีการชี้ให้เห็นไม่ว่างานวิจัยนี้ เหมือนหรือต่างจากเรื่องอื่นอย่างไร หรืองานงานวิจัยนี้จะเติมช่องว่างของความรู้ได้อย่างไร
- มีการระบุตัวแปรหรือความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่จะศึกษาหรือไม่
- มีการระบุธรรมชาติของประชากรที่ศึกษาหรือไม่
- มีการมองปัญหาภายใต้บริบทของกรอบแนวคิดทฤษฏีที่เหมาะสมหรือไม่
- ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการศึกษาปัญหานี้มีความสำคัญอย่างไรต่อการปฏิบัติการพยาบาล การสร้างองค์ความรู้หรือประเด็นอื่น
4.วัตถุประสงค์การวิจัย Purpose,Objective,Aim - มีความเหมาะสมกับเรื่องที่วิจัยหรือไม่
- เขียนชัดเจนหรือไม่ว่าผู้วิจัยมีแผนจะทำอะไร จะเก็บข้อมูลจากใคร ที่ไหน
การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง Review of literature - เป็นการศึกษาอย่างขว้างขวางลึกซึ้งเกี่ยวข้องและครอบคลุมตัวแปรต่างๆที่วิจัยหรือไม่
- นำเสนอต่อจากบทนำและปัญหาการวิจัยหรือไม่
- ให้ความรู้เกี่ยวกับความรู้ที่มีอยู่ ช่องว่างของความรู้ และบทบาทของงานวิจัยเรื่องนี้ในการขยายหรือทดสอบความรู้หรือไม่
- มีการใช้ข้อมูลทั้งเชิงทฤษฏีและงานวิจัยหรือไม่
- แหล่งอ้างอิงส่วนใหญ่เป็นปฐมภูมิ หรือ ทุติยภูมิ มีความเป็นปัจจุบันหรือไม่
- แหล่งอ้างอิงสำคัญหรือข้อมูลสำคัญ มีการกล่าวไว้ถึงครบถ้วนหรือไม่
- การเขียนเรียงเป็นลำดับต่อเนื่องหรือไม่ น่าอ่าน น่าติดตามหรือไม่
- การเขียนเรียบเรียงใหม่โดยใช้ภาษาตนเอง หรือเป็นการคัดลองคำพูดมาจากแหล่งปฐมภูมิโดยตรง
- สะท้อนอคติของผู้วิจัยหรือไม่
- มีการเขียนเชิงวิพากษ์ เปรียบเทียบหรือไม่
- มีการสรุปสถานภาพองค์ความรู้ในหัวข้อนั้น State of the art หรือไม่
- ขอบเขตของการวิจัย
หลักในการเขียนขอบเขตของการวิจัย - มีการกำหนดขอบเขตของการวิจัยไว้ชัดเจน หรือไม่อย่างไร
- กำหนดประชากร และกลุ่มตัวอย่างชัดเจนหรือไม่
- กำหนดขอบเขตของตัวแปรที่ศึกษาชัดเจนหรือไม่
6.กรอบแนวคิดทฤษฏี - มีการระบุกรอบแนวคิดทฤษฏีอย่างชัดเจนหรือไม่
- แนวคิด ทฤษฏี สอดคล้องเหมาะสมกับเรื่องที่ศึกษาหรือไม่
- ให้ความหมายของตัวแปรสำคัญอย่างชัดเจนหรือไม่
- สมมุติฐานได้มาจากกรอบแนวคิดทฤษฏีหรือไม่
- มีการระบุข้อความแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรหรือไม่
- การใช้เแนวคิด ทฤษฏี มีความสม่ำเสมอตลอดงานวิจัยหรือไม่
- ทฤษฏีที่ใช้มาจากศษสตร์ทางการพยาบาลหรือสาขาวิชาใด หรือเป็นแนวคิดที่เกิดจากการผสมผสานงานวิจัยและทฤษฏีต่างๆ
7.สมมุติฐานการศึกษา
หลักในการตั้งสมมุติฐานของการวิจัย - เป็นการเขียนแบบมีทิศทางหรือไม่มีทิศทาง
- สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายการวิจัยข้อใด
- บ่งบอกได้ว่ามีตัวแปรใดบ้างที่จะศึกษา อะไรเป็นตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระ อะไรเป็นตัวแปรตาม
- สามารถทดสอบได้ด้วยสมมติฐานทางสถิติหรือไม่ และใช้สถิติใดทดสอบ
8.วิธีการรวบรวมข้อมูล Data collection procedure
- ข้อมูลมีการรวบรวมอย่างไร มีกี่วิธี
- วิธีรวบรวมข้อมูลมีความเหมาะสมกับการวิจัยหรือไม่
3.มีขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลที่ชัดเจนสำหรับตัวอย่างทุกคนหรือไม่ - ใครรวบรวมข้อมูล ผู้รวบรวมข้อมูลมีความเหมาะสมหรือไม่ ได้รับการฝึกอบรมอย่างไร
- ข้อมูลรวบรวมในสถานการณ์เช่นไร มีความกดดันไหม มีคนอื่นอยู่ในขณะเก็บข้อมูลไหม ผู้ให้
หลักการเก็บรวบรวมข้อมูล - มีวิธีการทดลอง หรือรวบรวมข้อมูลอย่างไร เป็นวิธีที่เชื่อถือได้หรือไม่
2.ขนาดตัวอย่างเหมาะสมหรือเพียงพอต่อการวิจัยหรือไม่ และกำหนดขนาดตัวอย่างไว้อย่างไร
9.การวิเคราะห์ข้อมูล
หลักในการวิเคราะห์ข้อมูล - สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีความสอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย/สมมติฐานการวิจัยหรือไม่ เพราะเหตุใดจึงใช้สถิตินั้น ๆ ในการตอบคำถามวิจัย
การแปลความหมายข้อมูล ตารางที่นาเสนอนั้นตอบจุดมุ่งหมายใดของการวิจัย การแปลความหมายอ่านแล้วเข้าใจชัดเจน/สับสน ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวด้วยหรือไม่
-

ลักษณะ 5 ประการของบทความวิจัยที่จะได้ตีพิมพ์
ลักษณะ 5 ประการของบทความวิจัยที่จะได้ตีพิมพ์
1 ความเป็นเอกภาพ : กระทัดรัด (จับตรงประเด็น ไม่มากเกินควร ในหนึ่งบทความวิจัย)
2 ความถูกต้องทุกขั้นตอน : ข้อค้นพบตรงกับโจทย์วิจัย ทบทวน วรรณกรรมเกี่ยวข้องได้ตรงและครบถ้วน มีกรอบทฤษฎีและสมมติฐานชัดเจนมีระเบียบวิธีการวิจัยที่ถูกต้องเหมาะสม มีความเข้าใจข้อโต้แย้งอื่น ๆ ได้รอบด้าน
3 มีข้อมูลใหม่หรือข้อมูลหายากที่น่าสนใจ4 ความทันสมัย : ประเด็นใหม่ ปัญหาใหม่
5 ระเบียบวิธีใหม่ : วิธีการใหม่ หรือที่ไม่ค่อยได้ทำในประเด็นเดิม -

รวม 26 เว็บไซต์ค้นหางานวิจัยระดับนานาชาติ
รวม 26 เว็บไซต์ค้นหางานวิจัยระดับนานาชาติ ที่เป็นประโยชน์สำหรับคุณ
- ProQuest
แหล่งค้นหางานวิจัยที่ทุกๆ ปีจะมีวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก และวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทเพิ่มขึ้นประมาณ 70,000 ชื่อเรื่อง สำหรับการสืบค้นสามารถได้ 3 แบบ คือ Basic Search, Advanced Search และ Browse - ERIC
ฐานข้อมูล ERIC – Educational Resources Information Center เป็นฐานข้อมูลด้านการศึกษา รวบรวมข้อมูลจากทั้งหนังสือ วารสาร รายงานการประชุม งานวิจัย วิทยานิพนธ์ ฯลฯ ข้อมูลที่สืบค้นได้จากฐานข้อมูลนี้จะได้เพียงบรรณานุกรม และสาระสังเขปเท่านั้น ส่วนเรื่องเต็มหากต้องการสามารถสั่งซื้อผ่านบริการของ ERIC ได้ ซึ่งจะมีทางเลือกในการรับข้อมูลหลายรูปแบบในราคาที่แตกต่างกัน - ScienceDirect
ScienceDirect เป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรม และเอกสารฉบับเต็ม (Full-text) จากวารสารของสำนักพิมพ์ในเครือ Elsevier สำนักพิมพ์ Academic Press และสำนักพิมพ์อื่นๆ อีก 10 สำนักพิมพ์ ประกอบด้วย วารสารด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิทยาศาสาตร์การแพทย์ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์กว่า 1,200 ชื่อ - Google Scholar
Google Scholar เป็นวิธีที่ง่ายๆ ในการค้นหางานเขียนทางวิชาการได้อย่างกว้างขวาง คุณสามารถค้นหาในสาขาวิชาและแหล่งข้อมูลต่างๆ มากมายได้จากจุดเดียว: บทความ peer-reviewed วิทยานิพนธ์ หนังสือ บทคัดย่อ และบทความจากสำนักพิมพ์ทางวิชาการ แวดวงวิชาชีพ ที่เก็บร่างบทความ มหาวิทยาลัย และองค์กรด้านการศึกษาอื่นๆ - SCOPUS
SCOPUS เป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรม ครอบคลุมวารสาร,รายงานการประชุม, หนังสือชุด, สิทธิบัตร ด้านวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์จำนวน 16,500 ชื่อเรื่อง - Taylor & Francis
ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์สหสาขาวิชา ของสำนักพิมพ์ Taylor & Francis มีวารสารฉบับเต็ม 1,100 ชื่อ - Wiley
Wiley Online Library เป็นการรวมกันของฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ 2 ฐานเดิม คือ Wiley Inter Science และ Blackwell Synergy มีทั้งสาขาวิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ - Springer Link
ฐานข้อมูลวารสาร และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของสำนักพิมพ์ Springer Link ประกอบด้วย วารสาร และหนังสือสาขาวิชาต่าง ๆ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ มนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์การศึกษา และสาขาอื่น ๆ - Sagepub
SAGE Journals Online ประกอบด้วยวารสารมากกว่า 440 รายชือ่ ในสาขามนุษยศาสตร์สงัคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ ฐานข้อมูลให้ Full Text ที่ เผยแพร่ตั้งแต่ปี 1879-ปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ - Emerald Insight
Emerald Insight หรือ Emerald Management เป็นฐานข้อมูลที่พัฒนาขึ้นโดย Emerald Group Publishing รวบรวม บทความทางด้านการบริหาร และการจัดการกว่า 300 สำนักพิมพ์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์กว่า 2,500 เล่ม และกรณีศึกษาอีกกว่า 450 กรณี และยังรวมถึง งานวิจัยทางบรรณารักษศาสตร์ และสารสนเทศ สังคมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และการขนส่งด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ - JSTOR
JSTOR เป็นฐานข้อมูลที่ประกอบด้วยวารสารวิชาการกว่า 2,000 ชื่อ หนังสือกว่า 25,000 ชื่อ และข้อมูลปฐมภูมิ (Primary sources) กว่า 2 ล้านรายการ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ - AAP-American Academy of Pediatrics
AAP-American Academy of Pediatrics คือ ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ในสาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ ของสำนักพิมพ์ American Academy of Pediatrics ให้เอกสารฉบับเต็มของวารสาร จำนวน 5 ชื่อ ตั้งแต่ปี 1990 จนถึงปัจจุบัน คือ Pediatrics, Pediatrics in Review, NeoReview, AAP Grand Rounds และ AAP News - ACM Digital Library
ACM Digital Library ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ วารสาร นิตยสาร รายงานความก้าวหน้า เอกสารการประชุม และข่าวสาร สาขาคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ Association for Computing Machinery (ACM) มีวารสารฉบับเต็ม 400 ชื่อ ใช้ข้อมูลได้ตั้งแต่ปี 1985 – ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ - Agriculture Collection
Agriculture Collection ฐานข้อมูลด้านการเกษตร ให้ความรู้เชิงลึกต่าง ๆ ผู้เข้าใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาของวารสารกว่า 600 รายการ และจากสำนักพิมพ์ Delmar กว่า 30 ชื่อเรื่อง ที่ครอบคลุมวิชาเกี่ยวกับการเกษตรอย่างหลากหลายอีกด้วย - AIP (American Institute of Physics
AIP (American Institute of Physics) เป็นฐานข้อมูลทางด้านฟิสิกส์ ของ American Institute of Physics and American Physical Society ให้บริการวารสารฉบับเต็มจำนวน 11 ชื่อ สามารถสืบค้นข้อมูลและให้เอกสารฉบับเต็มย้อนหลังได้ตั้งแต่ฉบับแรก – ปัจจุบัน สาขาที่เกี่ยวข้องได้แก่ ฟิสิกส์ ฟิสิกส์ประยุกต์ และวิศวกรรมไฟฟ้า - Annual Reviews
ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์สหสาขาวิชา ของ Annual Reviews มีวารสารฉบับเต็ม 38 ชื่อ สามารถสืบค้นข้อมูล และใช้เอกสารฉบับเต็มของวารสาร ย้อนหลังได้ตั้งแต่ฉบับแรก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1932 – ปัจจุบัน สำนักหอสมุดเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย - Asian Development Bank (Free)
ฐานข้อมูลของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจ และการพัฒนาของประเทศแถบเอเชียและแปซิฟิก - Bloomsbury Collection
ฐานข้อมูลออนไลน์ประเภทหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) ที่ให้บริการเนื้อหาที่มีคุณภาพด้านสาขาวิชามนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เช่น การเมืองการปกครอง การศึกษา แฟชั่น ออกแบบ การละคร ฟิล์ม สื่อ กฎหมาย ประวัติศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ที่มาจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆมากกว่า 5,000 ชื่อเรื่อง สามารถ Download, Print, Share, Citation มาพรัอมเครื่องมือการใช้งานต่างๆ - BMJ Journals
ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ทางด้านการแพทย์ ครอบคลุมสาขาวิชาเฉพาะหลายสาขา เช่น Neurology, Pathology, Emergency, Rheumatology เป็นต้น ให้เอกสารฉบับเต็มของวารสาร 23 ชื่อ ตั้งแต่ปี 1997 ถึงปัจจุบัน และสามารถสืบค้นได้ไม่จำกัดจำนวน - Britannica Online Academic
Britannica Online Academic เป็นสำนักพิมพ์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมากกว่า 240 ปี ทางด้านการศึกษาและแหล่งข้อมูลในการค้นคว้าวิจัย ซึ่งได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมในฐานะของแหล่งข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ จากโรงเรียน, มหาวิทยาลัย, สถาบันการศึกษา และห้องสมุดชั้นนำทั่วโลก โดยเฉพาะ Britannica Online Academic ฐานข้อมูลสารนุกรมออนไลน์เพื่อใช้ในมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานด้านวิชาการ และสามารถทำงานค้นคว้าวิจัยได้อย่างมีประสิทธิผล สามรถใช้งานได้ - Cabell’s
ฐานข้อมูลวารสารทางวิชาการสาขาบริหารธุรกิจ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุม 4 สาขาวิชา ได้แก่ การจัดการ การตลาด การบัญชี และเศรษฐศาสตร์และการเงิน มีรายชื่อวารสารจำนวนมากกว่า 3,000 ชื่อ - CNKI
ฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลทรัพยากรความรู้ทั้งหมดของประเทศจีนให้ข้อมูลตั้งแต่ปี 1996 – ปัจจุบัน คลอบคลุมสหสาขา ให้บริการในการสืบค้นเป็นภาษาจีน ให้ข้อมูลสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง, วารสารอิเล็กทรอนิกส์, วิทยานิพนธ์ฉบับเต็มและบรรณานุกรม รูปแบบการแสดงผลเอกสารฉบับเต็ม PDF File และ CAJ Viewer File - CHE PDF Dissertation Full Text
เป็นฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ฉบับเต็มจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศจำนวน 3,850 รายชื่อ ที่จัดพิมพ์ระหว่างปี ค.ศ. 1997-2004 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) บอกรับให้สมาชิกโครงพัฒนาเครือข่ายห้องสมุดในประเทศไทย หรือ ThaiLIS ในรูปแบบ CD-ROM และได้นำระบบการจัดเก็บเอกสารและสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อการสืบค้น
เนื้อหาในฐานข้อมูลครอบคลุมสหสาขาวิชา ทั้งด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ - Global Development Finance Online (GDF)
ฐานข้อมูลนามานุกรมสถิติการคลังของประเทศที่กำลังพัฒนาของธนาคารโลก ให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลหนี้ และการไหลเวียนทางการเงินของประเทศต่างๆ รวม 138 ประเทศ นอกจากนั้นยังให้ข้อมูลด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ได้รับอภินันทนาการจากธนาคารโลก - Communication & Mass Media Complete
ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาวารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ การสื่อสารมวลชนและภาษาศาสตร์ ประกอบด้วยเนื้อหาของ CommSearch พร้อมกับวารสารอื่น ๆ อีกมากมายในสาขาสื่อสารมวลชนและที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ยังครอบคลุมดัชนีและบทคัดย่อของวารสารจำนวนมากกว่า 820 ชื่อเรื่อง และข้อมูลฉบับเต็มจากวารสารจำนวนมากกว่า 500 ชื่อเรื่อง ข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี ค.ศ 1915 - PubMed
แหล่งรวม Journal สายแพทย์ และวิทยาศาสตร์ที่มีงานให้คุณได้อ้างอิงกว่า 28 ล้าน Journal
- ProQuest
-

บริการสืบค้นข้อมูลสำหรับงานวิจัย
บริการสืบค้นข้อมูลสำหรับงานวิจัย ท่านจะได้รับข้อมูลจากผู้มีความรู้และประสบการณ์วิจัยโดยตรง พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการคัดเลือกใช้แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เหมาะสมสำหรับงานวิจัย จะทำให้ท่านได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพ ถูกต้อง เชื่อถือได้ เพื่อให้งานวิจัยของท่านมีคุณภาพ
นับได้ว่าการการสืบค้นข้อมูลนั้น มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก สำหรับการทำงานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นวิจัยประเภทใดก็ตาม ดังนั้นเรื่องของการเริ่มต้นในการทำงานวิจัยที่ดีนั้น จะต้องเริ่มที่การหาข้อมูลมาประกอบให้ดีมากที่สุดด้วย ข้อมูลนั้นจะต้องกว้าง เพียงพอ และตรงประเด็น อีกทั้งจะต้องเชื่อถือได้อีกด้วย
ดังนั้นการสืบค้นข้อมูล จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง งานวิจัยที่ตนเองสนใจอยู่ เพื่อนำมาใช้ในการที่จะเขียนรายงานออกมาเพื่อให้เข้าใจมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยทางด้านการศึกษา หรือว่างานวิจัยทางด้านธุรกิจ การตลาด นั้น จะต้องมีการเขียนรายงานออกมาให้ดีก่อน ทั้งเรื่องของ บทนำ เอกสารที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยเพื่อศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการที่จะทำต้องใช้ในการทำวิจัย ทั้งนั้น
แหล่งสืบค้นข้อมูลในปัจจุบันมีมากมาย แหล่งสืบค้น มีมากมายหลากหลายแหล่ง ทั้งห้องสมุด หรือว่าการท่อง google เพื่อเข้าไปหาข้อมูล ซึ่งในปัจจุบัน นั้นนับได้ว่า เป็นแหล่งข้อมูลอีกชนิดหนึ่ง ที่ได้รับความสนใจ และได้รับความนิยมมากที่สุด วิธีการนั้นก็สืบค้นรวดเร็วและมีความสะดวก ตัวอย่างแหล่งในการสืบค้นข้อมูลสำหรับงานวิจัย เช่น
TDC : Thai Digital Collection :ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้บริการสืบค้นฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม ซึ่งเป็นเอกสารฉบับเต็มของวิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัยของอาจารย์ รวบรวมจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ในการเข้าใช้บริการนั้นจะต้องเข้าใช้งานจากคอมพิวเตอร์ ภายในห้องสมุดสมาชิก ดูรายละเอียดห้องสมุดสมาชิก ได้จากทางเลือกมหาวิทยาลัย/สถาบัน สามารถเชื่อมโยงคำค้นไปยังฐานข้อมูลอื่น ที่รองรับ Z39.50 ซึ่งจะทำให้การป้อนคำค้นครั้งเดียวสามารถสืบค้นฐานข้อมูล อื่นๆของโครงการได้
Google Scholar เป็นวิธีที่ง่ายๆ ในการค้นหางานเขียนทางวิชาการได้อย่างกว้างขวาง คุณสามารถค้นหาในสาขาวิชาและแหล่งข้อมูลต่างๆ มากมายได้จากจุดเดียว: บทความ peer-reviewed วิทยานิพนธ์ หนังสือ บทคัดย่อ และบทความจากสำนักพิมพ์ทางวิชาการ แวดวงวิชาชีพ ที่เก็บร่างบทความ มหาวิทยาลัย และองค์กรด้านการศึกษาอื่นๆ
สืบค้นข้อมูลและงานวิจัยในฐานข้อมูลไทย ตัวอย่างเช่น
TAR : Thai Academic Reference Database หรือชื่อไทยว่า โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสืบค้นไทย
TDC : Thai Digital Collection เพื่อให้บริการสืบค้นฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม ซึ่งเป็นเอกสารฉบับเต็มของ วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัยของอาจารย์ รวบรวมจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร
ThaiJO : Thai Journals Online ระบบฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์กลางของประเทศไทย
ThaiEDResearchเพื่อรวบรวมและเผยแพร่ผลงานวิจัยทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ให้แก่องค์กร/ หน่วยงาน นักวิจัย นักศึกษา และบุคคลทั่วไปสืบค้นข้อมูลและงานวิจัยในฐานข้อมูลต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น
ProQuest Dissertation&Theses ครอบคลุมสาระสังเขปวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกและปริญญาโทของสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองจากประเทศสหรัฐอเมริกาในรูป Text html และ Preview แสดงผลในรูป PDF File
American Chemical Society Journal (ACS)เป็นฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์จากสำนักพิมพ์ The American Chemical Society ครอบคลุมสาขาวิชาเคมีและสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
SpingerLink – Journalเป็นสำนักพิมพ์ชั้นนำที่ให้บริการเนื้อหาในสาขาวิชาหลักๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และทางการแพทย์ รวมถึงสาขาทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ProQuest ABI/INFORM Complete ฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเนื้อหาทางด้านบริหารจัดการไว้มากที่สุด
Dissertations Full Text in PDF format เป็นฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ปริญญา เอก และปริญญาโทของสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมทุกสาขาวิชา
ขั้นตอนการให้บริการตกลงรายละเอียดงานหรือการระบุ รายละเอียดตามความต้องการของท่าน เช่น ระดับมาตรฐานงานวิจัย การกำหนดปี การกำหนดฐานข้อมูลงานวิจัย การกำหนดกรอบ ตัวแปรแบบเจาะจง เป็นต้น
ดำเนินการสืบค้นข้อมูลตามข้อกำหนด
เปรียบเทียบ และคัดเลือกงานที่ดีสุดตามจำนวนที่ท่านต้องการ
ส่งมอบงานในรูปแบบไฟล์